Review & Article > กิเลสกับวินเทจ



กิเลส กับ วินเทจ
ภาพและเรื่อง โดย สุรเจต  โภคมั่งมี

หนังสือเล่มหนึ่งที่อยู่ในใจผมเสมอคือเรื่อง "ตลาด ลัทธิใหม่ของศาสนา" เขียนโดย เดวิด ลอย แปลและเรียบเรียงโดย พระชัยยศ ยโสธโร พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง หนังสือเล่มนี้ทำให้ให้นักเลงวินเทจและ gadgets อย่างพวกเรากระจ่างว่า ทำไมพวกเราถึงนั่งไม่ค่อยสะดวกสบายหรืออาจถึงขั้นต้องยืนขับรถยืนเล่นเนต ทำไมพวกเราต้องกินมาม่า ทำไมพวกเราถึงเป็นคนอ่อนไหวหูเบา ทำไมไอ้นู่นก็ดีไอ้นี่ก็เริด อยากได้ไปหมด ทำไมนะทำไมๆ ท.า.ม.ม.ม... ม.า.ย.ย.ย.ย

เป็นธรรมดาอย่างมากที่มนุษย์ปุถุชนทุกคนจะเกิดมาคู่กับกิเลส และไอ้แค่กิเลสที่ติดตัวมาก็จะแย่อยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้มันมีเครื่องมือและกระบวนการอีกอย่างที่ทำหน้าที่เร่ง ยั่วยุ ให้ความอยากหรือความต้องการของเราเข้มข้นมากขึ้นๆจนถึงขีดสุด กระบวนการนั้นก็คือการตลาดนั่นเอง

เป้าหมายหลักของทุกๆศาสนาคือสอนให้คนพ้นทุกข์ การตลาดก็เช่นเดียวกัน มันเริ่มจากการมาสะกิดเราก่อนว่าชีวิตทุกวันนี้คุณกำลังมีปัญหาอยู่นะ คุณกำลังทุกข์อยู่นะไม่รู้หรือ ทั้งๆที่บางทีมันก็ไม่มีปัญหานิ  อืม...หูฟังที่คุณใช้อยู่ ชอนไชความถี่ในย่านแหลมได้ดีแค่ไหน แล้วซาวน์สเตจหละ กว้างจนหลุดหัวระเบิดออกจากโลกไปเลยหรือเปล่า อืมมม...แล้วการต่อพ่วงกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหละดีแค่ไหน คราวนี้แหละต่อมความคันที่ปกติก็ทำงานเกินหน้าที่อยู่แล้วพอมีอะไรมากระตุ้นอีกก็เริ่มเดินเครื่องเต็มสูบเต็มที่ทันที ความทุกข์เริ่มก่อตัวมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น จนบางครั้งไม่เป็นอันจะทำอะไร หันไปทางนู้นคนนู้นก็มีแล้ว หันมาทางนี้คนนี้ก็ใช้อยู่ แล้วเราหละทำไมชีวิตรันทดขนาดนี้ โอ้ว!! สวรรค์ช่างไม่เป็นใจกับลูกช้างบ้างเลย ทำดีก็ไม่ได้ดี พระบิดาเจ้าข้า พระองค์อยู่แห่งหนตำบลใด บลา บลา บลา ไปเรื่อยๆๆ.... จนเมื่อคุณได้ครอบครองของสิ่งใหม่สิ่งนั้น แสงประกายสว่างไสวจะแผ่ออกมาจากด้านหลังพร้อมกับหมุนไปมาในบัดดล ตัวคุณเป็นเหมือนพรีเซนเตอร์โฆษณายืนแอ่นอยู่ในโทรทัศน์มีสินค้าที่เพิ่งได้มาใหม่อยู่ในมือด้วยความภูมิใจ ใบหน้าอมยิ้มเล็กๆอย่างมีความสุข พูดออกมาพร้อมพยักหน้าว่า “อืม!...ของเค้าดีจริง”

ในขณะที่ศาสนาใช้พระเป็นผู้ส่งสาสน์ให้แพร่หลาย การตลาดก็ไม่น้อยหน้า ส่งโคโยตี้เอวบางนุ่งน้อยห่มน้อยมาคอยเผยแพร่ข้อความเช่นกัน เหนือชั้นไปกว่านั้นมันยังมีสิ่งที่เรียกว่า Integrated Marketing Communication (IMC) หรือการสื่อสารการตลาดแบบครบเครื่อง ซึ่งหมายความว่า ขับรถเลี้ยวออกจากบ้านก็เจอ เปิดวิทยุก็เจอ เดินบนถนนก็เจอ เปิดคอมพิวเตอร์ก็เจอ อ่านหนังสือพิมพ์ก็เจอ ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านก็เจอ จะถ่ายหนักถ่ายเบาก็เจอ จะทำอะไรๆมันก็เจอ บางทีอุตส่าห์ทำใจตัดใจลืมได้แล้ว แต่ไอ้เจ้าการตลาดมันก็ดันมาเน้นมาย้ำ กดดันรุมเร้า ยั่วยุกิเลสของเราตลอด สุดท้ายก็เป็นเรานั่นแหละที่ต้องพ่ายแพ้ไปตามระเบียบ หลังจากใจอ่อนก็ต้องจบลงด้วยประโยคที่ว่า “เอ้า!...ไปจัดซะหน่อย”

ทีเด็ดที่สุดอยู่ตรงนี้ครับเพื่อนๆผู้อ่าน..จุดสุดยอดของศาสนามาถึงได้เพียงแค่ครั้งเดียว แบบว่าถึงแล้วถึงเลยทุกอย่างจบ แต่ด้วยการตลาดคุณสามารถเบิ้ลได้ ถึงแล้วถึงอีก สุขแล้วสุขอีก สุขมาแล้วกี่ครั้งก็ยังไม่พอ วันนึงจะถึงกี่ครั้งก็ได้ ตราบใดที่เงินในกระเป๋าของคุณยังมีเหลือคุณก็สามารถหาความสุขได้เรื่อยๆ จัดมาแล้วก็ต้องไปจัดอีก ดีจริงแล้วก็ยังมีเด็ดกว่าอีก "โอ้ย!...มีฟามสุข”

ผมแค่เกริ่นมาคร่าวๆ ก็คงจะพอเข้าใจกันแล้วนะครับว่าศาสนานี้มันน่านับถือแค่ไหน หรือบางทีเราอาจจะบูชามันอยู่โดยไม่รู้ตัวก็ได้





อ้าว!... แล้วไอ้เจ้าวินเทจหละ มันจะทำไม

ก่อนอื่นผมขอท้าวความนิดหน่อยว่าวินเทจนั้น ถ้าเอาตามความหมายดั้งเดิม มันมาจากการบ่มไวน์ ซึ่งก็คงจะพอเข้าใจกันว่าไวน์นั้นยิ่งเก่ายิ่งดี แต่ไอ้พวกของใช้ Gadgets ต่างๆที่เราซื้อหากันอยู่ โดยธรรมชาติแล้วยิ่งเก่ามันก็ยิ่งไร้ค่า ถ้ามองเป็นกราฟคุณค่าของมันก็ดิ่งลงตั้งแต่วันที่เราจ่ายเงินเป็นเจ้าของแล้วครับ บางทียังไม่ได้เดินออกจากร้านด้วยซ้ำ จุดต่างสำคัญมันอยู่ตรงนี้ครับ สินค้าที่ออกมาพร้อมหรือใกล้เคียงกัน เมื่อเวลาผ่านไปหลายๆปีสินค้าส่วนใหญ่เริ่มเสื่อมและกลายเป็นขยะ แต่ไอ้กลุ่มเล็กๆที่เหลืออยู่ มันยังคงรักษาความนิยมให้เป็นที่สนใจของตลาดได้ สินค้ากลุ่มน้อยพวกนี้มักจะมีลักษณะคล้ายๆกัน คือ  มีความโดดเด่น คุณภาพ ความคงทน รูปลักษณ์สวยงาม  การเวลาที่ผ่านๆไปไม่สามารถทำให้มันเสื่อมลง เทคโนโลยีใหม่ ไม่สามารถแทนที่มันได้ นั่นและครับวินเทจที่คนหามาสะสม ครอบครอง

บางคนเข้าใจว่าเล่นวินเทจแล้วราคาไม่ตก ความจริงมันก็ตกลงเหมือนกันแต่มันตกลงในอัตราส่วนที่น้อยกว่าเพื่อนๆร่วมรุ่นแค่นั้น นอกจากว่าของชิ้นนั้นเจ๋งจริงๆ มันก็สามารถวิ่งสวนทางขึ้นไปได้เช่นกัน ตัวอย่างของวินเทจ หากเป็นรถ ก็รถอย่าง Mini Cooper, Vespa, Porsche911… พวกกล้อง ก็เช่น Leica M, Rolleiflex twin lens, Nikon F,… เครื่องเสียงก็พวก JBL, Tannoy, Altec, Marantz, อะไรประมาณนี้หละครับ ราคาของสินค้าที่อยู่ในข่ายวินเทจ จะมีเรื่องของสภาพเป็นตัวกำหนด หากของชิ้นนั้นยังอยู่ในสภาพใหม่ มีกล่องและเอกสารครบถ้วนเหมือนเพิ่งซื้อออกมาจากห้าง ราคาก็อาจจะถีบตัวขึ้นไปมากกว่าพวกที่พอใช้งานได้อีกหลายเท่าตัว หรือในทางกลับกันหากใช้ไม่ได้ผุๆพังๆก็อาจมีราคาพอๆกับขยะก็ได้ ไม่ต้องแปลกใจหากคุณพบนักสะสมชาวญี่ปุ่นเอากล้องไล้ก้าอายุกว่า 30 ปีออกมาขาย ในสภาพ 100% virgin ทุกอย่างยังคงห่อพลาสติกมาจากโรงงานไม่มีรอยแกะหรือขีดข่วน ใส่มาพร้อมถุงหิ้วพลาสติกที่ให้จากร้านเมื่อ 30 ปีที่แล้ว หากคุณไม่มั่นใจว่าในกล่องมันจะมีกล้องอยู่จริงหรือปล่าว ก็พากันไปที่โรงพยาบาลหรือคลินิค เพื่อ X-ray ยืนยัน ผู้ซื้อก็จะดีใจมากที่มีกล่องไลก้าหนักๆมาวางอยู่บนชั้นตู้โชว์โดยไม่มีความคิดที่จะแกะออกมาใช้สักนิดเดียว

วินเทจนั้นครอบคลุมกว้างไกลไปถึง เสื้อผ้า เครื่องประดับ แฟชั่น ซึ่งก็มีลักษณะที่คล้ายกัน ความจริงกระแสความนิยมของวินเทจ ก็มีผลมาจากสภาพสังคม ความเป็นอยู่ เทคโนโลยี การสื่อสาร เศรษฐกิจ และศิลปะ แต่ผมคงไม่ไปพูดถึงตรงนั้น เพราะคนอ่านจะเบื่อเสียก่อน







ปรัชญาหนึ่งของคนที่ชอบสักชอบเจาะตามตัวคือการได้เป็นเจ้าของ มีคำอธิบายว่าทุกส่วนของร่างกายเป็นของเราแต่ทำไมเราไม่สามารถควบคุมมันได้ ผมที่อยู่บนหัวนึกจะยาวก็ยาวขึ้นไปเรื่อยๆต้องมาคอยนั่งตัดทุกเดือนๆ ไอ้บทจะขาวก็ขาวแบบไม่เกรงใจกัน ไอ้ครั้นจะหายก็เล่นเผ่นไปกันหมดไม่เหลือร่องรอยให้คิดถึง ผิวหนังก็เช่นกันบทจะเหี่ยวเฉาจะเอาอะไรมาบำรุงก็ห้ามไม่อยู่ อย่ากระนั้นเลย ในเมื่อร่างกายเป็นของข้า ข้าจะเขียน จะละเลง ข้าจะสักและเจาะจนข้าพอใจ เอ็งตามใจเอ็งได้ข้าก็จะเอามั้ง คนที่เล่นวินเทจลึกๆก็จะมีอารมณ์นี้อยู่ โดยเฉพาะในวงการเครื่องเสียง...สาเหตุหลักก็ไม่ใช่อะไร กิเลสทั้งนั้นแหละครับ ไม่รู้เป็นอย่างไร ไอ้ชุดที่ร้านขายอยู่หรือชุดที่อยู่บ้านเพื่อนมักจะดีกว่าของเราเสมอ สายไฟที่ซื้อมาใหม่ร้านเค้าก็บอกว่ารุ่นท๊อปแล้ว อาร์ซีเอก็เคลือบเงินตราหอยตามที่ปรมาจารย์แนะนำ ลำโพง แอมป์ ก็ได้ห้าดาวจากหนังสือฝรั่งทั้งชุด แต่ฟังแล้วยังไงๆก็ยังไม่ได้ดังใจ ไม่เข้าหู เอ้า..ขายแม่มยกไปชุดเลยยยย เมื่อมันขายซ้ำขายซากมาหลายชุด ถ้ามี ผบ.ก็ย่อมถูกเพ่งเล็งเป็นธรรมดา ถ้ายังไม่มีก็จะเริ่มเสียดายกับเงินที่หมดไป คราวนี้แหละครับ เป้าหมายเริ่มหันเห เพื่อนๆในเวปบอร์ดก็เริ่มเชียร์ “เอาวะ!... เล่นแนววินเทจดีกว่า ผ่านการเวลามาแล้ว ยังเป็นที่นิยมอยู่ ของมันคงดีจริง คราวนี้ไม่เจ็บตัวแน่ๆ”

555 ห้า ห้า ห้า ขอหัวเราะตัวเองหน่อยครับ... ปรัชญาการสักข้างบนมันมาเกี่ยวตอนนี้แหละครับ เราเชื่อว่าสินค้าวินเทจส่วนใหญ่จะไม่มีการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป เพราะบริษัทผู้ผลิตจะไม่เหลือผลประโยชน์โดยตรงอะไรอีกต่อไป (เลิกทำไปแล้ว) หรือบางครั้ง ตัวบริษัทนั่นแหละที่ม้วนเสื่อเจ๊งไปนานแล้วด้วยซ้ำ ข้อมูลที่หลงเหลืออยู่คือ ตำนาน เรื่องบอกเล่า คำพูดปากต่อปาก ไอ้ข้อมูลเหล่านี้แหละครับที่เราจะเป็นคนควบคุมด้วยตัวของเราเอง เราจะเลือกรับสาสน์โดยไม่ให้ใครมาครอบนำ จะซื้อแอมป์สักตัวข้อมูลต้องแน่น ต้องเป๊ะ ออกปีไหน หยุดปีไหน ทำมากี่ตัว มีกี่เวอร์ชั่น กี่สี แต่ละสีให้เสียงต่างกันอย่างไร เรียกว่ารู้หมด หลอกกันไม่ได้แล้วทีนี้ เรียกว่ารู้มากกว่าไอ้เจ้าของบริษัทอีก เพราะเราเป็นคนเจ็บแล้วต้องจำ ใช้เงินอย่างฉลาด แต่ผลสุดท้าย “อืม!... ทำไมไม่มีใครขายสักทีคร้าบบบ”

ความทุกข์มันเริ่มกลับมาอีกแล้ว เพียงแต่คราวนี้มันหนักหนาและน่าเจ็บใจกว่า ก็การตลาดที่บริษัทเค้าเลิกทำไปตั้งนานแล้ว เราดันไปขุดขึ้นมามอมเมาตัวเอง เมื่อก่อนมีของมาล่อเราไม่มีเงินซื้อยังพอหาข้ออ้างให้ตัวเองได้ แต่นี้เงินพร้อมอะไรพร้อม ดันไม่มีของอีก!!!  ภาพของการขายที่เคยถูกตามตื้อตามง้อมันถูกตีกลับทันที หากเพียงเรารู้ว่าของสิ่งนั้นมันอยู่ที่ไหนในมือใคร เรานี่แหละที่พร้อมจะไปตามตื้อตามง้อขอซื้อแทน จะอยู่เหนือสุดหรือปลายด้ามขวานทองก็ต้องยอมไป บางทีเค้าไม่ขาย ขอไปเห็นตัวจริงไปลูบไล้ลองฟังก็ยังดี ใครไม่เคยเจออานุภาคกิเลสของวินเทจเล่นงานจะไม่รู้เลยว่ามันร้ายแรงทวีคูณแค่ไหน “เห้อ! เคาะลำโพงเก่าจากญี่ปุ่นสักคู่ดีก่า”


"อ้าวเห้ย!... ของมาถึงแล้วดันบุบดันถลอก เอาหนังสือมาอ่านสงบจิตสงบใจหน่อย”
“เอาวะ!...จัดเหมือนเดิมอีกตัวมาเป็นอะไหล่เว้ยเห้ย”

STYLE de JATE
 





โดย: สุรเจต โภคมั่งมี
SHARE:

Related Review & Article