Review & Article > รีวิว Samsung Desktop Dock Galaxy Note

รีวิว Samsung Galaxy Note Dock
27 AUG 2012
โดย วุฒิชัย เจริญบุรี
pockethifi@gmail.com


ณ ห้วงเวลาหนึ่งที่เคยจำได้ เวลาเราจะเลือกโทรศัพท์สักเครื่อง เราก็จะคิดถึงโนเกีย หลายปีต่อมาก็เป็น iphone แล้วอยู่ดีๆช่วงไม่กี่ปีนี้ เราก็นึกถึงซัมซุงอีกยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งคนรุ่นหลังๆที่เริ่มมีกำลังซื้อก็อาจลังเลระหว่าง iphone กับ ซัมซุง และก็คงจะลืมโนเกียไปแล้ว และอาจนึกไม่ออกว่าโนเกียมี smartphone หน้าตาเป็นอย่างไร


ซัมซุงค่อยๆได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในระดับล่างเน้นของถูกซึ่งเป็นจุดขายมาตลอดหลายปี และในตลาดบนที่เน้นสเป็คสวยหรู ลูกเล่นต่างๆเพรียบพร้อม หลายคนเลือกที่จะหนีจาก iphone ไปเป็นซัมซุงซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ androids ด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่ที่แน่ๆ ซัมซุงยุคนี้ไม่ใช่ทางเลือกรองอีกต่อไป เพราะราคาขายของ Galaxy note ณ ช่วงเวลาที่วางตลาด มันแพงกว่า iphone มือถือ samsung รุ่น Galaxy note เป็นมือถือระบบปฏิบัติการ androids ที่ออกมาทำตลาดในช่วงปลายปี พศ. 2554 หรือ คศ 2011 ตอนที่วางขายมันเป็นมือถือรุ่นท๊อปที่สุดของซัมซุง มีจุดเด่นคือสเป็คสูงที่สุด มีกล้องคุณภาพสูง มีหน้าจอสัมผัสที่ใหญ่ที่สุด ถึง 5.3 นิ้ว

ขณะที่มือถือค่ายอื่นๆใหญ่ในระดับ 4.3 นิ้ว ส่วน iphone มีหน้าจอ 3.5 นิ้วเท่านั้น การใช้หน้าจอใหญ่มันก็มีข้อดีและข้อเสียปนกัน ข้อดีคือใหญ่ดี เล่นเน็ตสบายตา ใช้อ่านข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะเล่นแอพพลิเคชั่นกลุ่มโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่าง facebook ได้สะดวกมาก ข้อเสียคือใหญ่เกินไปไม่สามารถใช้งานกดโทรออกด้วยมือเพียงข้างเดียวได้แต่ถ้าพยายามจริงๆก็พอไหว ในส่วนของการใช้งาน smartphone เราคงจะไม่เจาะลึกเพราะไม่ใช่ประเด็นของรีวิวนี้ แต่สิ่งที่จะพูดถึงก็คือการใช้งานมือถือในรูปแบบของการฟังเพลงและรีวิวทดสอบผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่ออกมาเสริมให้ Galaxy note น่าใช้ขึ้นไปอีก นั่นก็คือ Docking หรือ Dock สำหรับ Galaxy note

ในวงการ gadget นั้นการมี docking สำหรับอุปกรณ์ใดๆก็ตาม มันทำให้อุปกรณ์ตัวนั้นมีความน่าสนใจมากขึ้น เครื่องเล่นเพลง กล้องถ่ายภาพ กล้องวิดีโอ ถ้ามี Docking มาด้วย จะถือว่าเป็นของหรูมีระดับ Docking มักจะทำหน้าที่หลักประการแรกเป็นตัวชาร์จพลังงานเข้าแบตเตอรี่ หน้าที่รองลงมาก็คือเอาไว้ต่อสายสัญญาณต่างๆออกไปใช้งาน ที่ผ่านมา Dock มักไม่ค่อยมีหน้าตาที่สวยงามสักเท่าไหร่ อาจเพราะไม่เคยมีใครที่พยายามออกแบบในเรื่องความสวยงามเลย

บางคนอาจจะเคยใช้ Dock สำหรับอุปกรณ์สักชิ้นหนึ่ง สิ่งที่พอจะคาดเดาหรือนึกออกก็คือ Dock เป็นก้อนหรือแท่นดำๆ ภาพลักษณ์ดูเป็นเครื่องมือทางอิเล็คทรอนิกส์ชิ้นหนึ่ง ไม่เห็นความสวยงามสักเท่าไร ที่จะดูว่าน่าสนใจมากขึ้นมาหน่อยก็จะเป็น dock ของ ipod และ iphone ที่ออกแบบเป็นโทนสีขาว เอาเครื่องไปวางแล้วจะรู้สึกว่าเหมือนวางไว้ในตู้โชว์ ดูดี ซึ่งก็ทำให้มีความน่าใช้มากขึ้น แต่ว่าคุณสมบัติที่มากับ dock ของ ipod และ iphone เหล่านั้นไม่ค่อยโดดเด่น ไม่นับ Dock ipod ที่ผลิตโดย thirdparty ที่ทำออกมาราคาเป็นหมื่น มีลูกเล่นในการดึงสัญญาณดิจิทัลออกมาได้ พวกนั้นเป็น Dock อีกเกรดหนึ่งเลย




มาวันนี้ samsung ทำ Dock สำหรับ Galaxy Note ซึ่งเป็นมือถือระดับท๊อปของค่าย ทาง Samsung เองได้ตีความ Docking ใหม่ให้แตกต่างไปจากเดิมที่คุ้นเคย เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ



DesktopDock คือชื่ออย่างเป็นทางการของ Dock ตัวนี้ ภายในกล่องบรรจุมีเพียงตัว Dock และเอกสารไม่กี่แผ่นเพื่ออธิบายว่ามัน
คืออะไร ใช้งานอย่างไร ไม่มีสายสัญญาณใดๆมาเลยสักเส้นเดียว ไม่มีอแด๊ปเตอร์เสียบไฟ ตัว Dock ออกแบบมาเป็นทรงปิรามิด เอายอดแหลมวางนอน เอาด้านฐานปิรามิดขึ้นมาเป็นด้านหน้าเอาไว้เสียบกับ Galaxy note ที่ช่องเสียบมีเดือย micro usb โผล่มารับกับตัวเครื่องโทรศัพท์ มีส่วนโค้งส่วนเว้าโชว์งานออกแบบ มีช่องรับเสียงจากลำโพงของ Galaxy note ให้ไปออกที่ตัว Dock เป็นการเชื่อมต่อกันทาง
อคูสติก คือมีแค่ช่องที่จะเอาไว้ให้เสียงวิ่งเข้าไปแล้วไปออกด้านหลัง Dock เท่านั้น ไม่มีวงจรขยายหรือลำโพงใดๆเพิ่มเติม

ช่องทางวิ่งของเสียงที่อยู่ใน Dock น่าจะมีการเดินทางยืดระยะอยู่ใน Dock บ้างเล็กน้อยเพื่อช่วยกระจายเสียงออกทางช่องที่เจาะเป็นรูพรุนเลียนแบบหน้ากากลำโพง ทีแรกผู้เขียนก็นึกว่าจะมีทางเดินของสัญญาณเสียงที่วกวนสักหน่อยเพื่อปรับโทนเสียงให้มีเสียงเบส หรือเสียงกลางที่ดีขึ้น แต่เมื่อลองเทียบเสียงตรงจาก Galaxy note กับเสียงที่วิ่งผ่านรูของ Dock แล้วเสียงมันเหมือนกันมาก ดูแล้วช่องทางของเสียงไม่ได้ช่วยประโยชน์อะไรทางอคูสติกนัก มุมขวาล่างเป็นดวงไฟสีน้ำเงิน จะติดสว่างขึ้นมาเมื่อมีการชาร์จไฟเท่านั้น



ด้านหลังของ Dock มีช่องเสียบสายสัญญาณ 2 ชนิด คือมีช่อง Audio out 3.5 มม. 1 ช่อง และช่องเสียบสาย micro usb 1 ช่อง
เราสามารถนำสายสัญญาณ mini to rca มาใช้เสียบท้าย dock เพื่อเอาไปเข้าเครื่องขยายเสียงตัวอื่นๆในบ้านได้ ส่วนช่องเสียบ micro usb ก็เอาไว้เสียบชาร์จไฟจาก usb charger แต่ไม่สามารถใช้เสียบเพื่อ sync กับคอมพิวเตอร์ได้ ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเรื่องหนึ่ง ซัมซุงเขียนแนะนำว่าการชาร์จไฟควรจะใช้พลังงานจาก charger ที่ซัมซุงจัดมาคู่กับ Galaxy note เท่านั้น เพราะเครื่อง Galaxy note ใช้ไฟค่อนข้างเยอะ แบตเตอรี่ใน Galaxy note มีความจุ 2500มิลลิแอมป์ อแด๊ปเตอร์ที่แถมมาให้กับ Galaxy note มีสเป็คระบุกำลังไฟไว้ที่ 1000 มิลลิแอมป์ ดังนั้น Dock ตัวนี้ ควรใช้ไฟระดับ 1000 มิลลิแอมป์จะดีกว่าที่จะเสียบจากช่อง usb บนคอมพิวเตอร์โดยตรง เพราะหากเราชาร์จไฟด้วยช่อง usb ที่จ่ายไฟได้แค่ 500 มิลลิแอมป์เราคงใช้เวลาสัก 5-6 ชั่วโมงกว่าแบตจะเต็ม


เมื่อเอา Galaxy note เสียบเข้ากับ Dock ไม่ว่าจะเสียบสาย usb ไว้กับ Dock หรือไม่ก็ตาม จะมีโปรแกรม pop up ขึ้นมาถามเสมอว่าจะให้ทำงานอะไรบ้าง คือจะมีโหมด Clock และ โปรแกรม Tune in ให้เลือกใช้ถ้าเราได้ install โปรแกรม Tune in เอาไว้แล้ว แต่ถ้าเรายังไม่มีโปรแกรม Tune in เราก็จะเลือกได้แค่ Clock เท่านั้น เมื่อเข้าโปรแกรม Clock หน้าจอของ Galaxy note จะเปลี่ยนเป็นโปรแกรม Clock ในโหมด Fullscreen และโชว์ข้อมูลต่างๆของโปรแกรม คือมี เวลา วัน เดือน พยากรณ์อากาศ และมีโปรแกรมห้าอย่างด้านล่างให้เลือกใช้



จุดเด่นของ Dock ตัวนี้สำหรับการฟังเพลงก็คือมันมีช่อง Line-out ปกติการฟังเพลงจากเครื่องเล่นใดๆก็ตามจะผ่านช่อง headphone out ซึ่งเป็นวงจรขยายชนิดหนึ่งที่มากับเครื่องเล่นทุกตัว ช่องต่อ headphone มักจะเป็นตัวจำกัดคุณภาพเสียงของเครื่องเล่น เนื่องจากหลักการขยายเสียงใดๆก็ตาม ถ้ามีการขยายแปลว่ามีความเพี้ยนเพิ่มขึ้น นักเล่นระดับจริงจังจะนิยมต่อสัญญาณเสียงผ่าน Line-out ออกมาขยายเองมากกว่า ถ้าเทียบกับ ipod เราก็คงเคยเห็นว่านักเล่นบางท่านจะหาซื้ออุปกรณ์ Dock to mini มาต่อตูดหรือท้ายเครื่องเพื่อเอาสัญญาณเสียงออกมาขยายด้วย headphone amp ภายนอกอีกที นักเล่นบางท่านก็ซื้อ ipod dock มาวาง ipod เพื่อต่อ Line-out เข้าสู่เครื่องเสียงภายในบ้าน

Galaxy note ตัวนี้เป็นมือถือไม่มีช่อง Line-out มาให้บนตัวเครื่อง แต่สามารถใช้งานผ่าน Dock ได้ ทำให้การฟังเพลงจาก Galaxy note สามารถเชื่อมต่อกับเพาเวอร์แอมป์ภายนอกเพื่อเพิ่มศักยภาพของมันได้โดยง่าย Line-out ที่ได้จาก Dock น่าจะเป็นช่อง Line-out จริงๆ เพราะได้ทดลองเอาหูฟังเสียบเพื่อฟังเปรียบเทียบระหว่างเสียบที่ Dock กับเสียบที่ช่องหูฟังบนเครื่องเล่นโดยตรง เสียงจาก Dock จะออกราบเรียบ เบสบาง และเปิดดังไม่ได้ เสียงจะคลิปทันที ส่วนเมื่อเสียบหูฟังบนช่องหูฟังของเครื่องเล่น เสียงที่ได้ยินจะตอบสนองต่อย่านเบสได้เยอะกว่ามาก สามารถเร่งให้ดังได้ นั่นหมายความว่าช่องเสียบ 3.5 มม. บน Dock น่าจะเป็น Line-out ที่จ่ายกระแสได้น้อยกว่าภาคขยายหูฟัง

เพราะสเป็คของ Line-out มักจะเป็นสัญญาณขาออกที่ให้เอาไปต่อกับ Line-in ของแอมป์ ที่มีอิมพีแดนซ์สูงมากเป็นหลักหลายสิบกิโลโอห์ม ทำให้จ่ายกระแสเพียงไม่ถึงมิลลิแอมป์ก็งานร่วมกับเพาเวอร์แอมป์ได้ ส่วนการต่อกับช่องหูฟัง ภาคขยายของเครื่องเล่นจะถูกออกแบบให้ทำงานกับอิมพีแดนซ์ที่ต่ำระดับ 16-600 โอห์มเท่านั้น หมายความว่าภาคขยายจะต้องจ่ายกระแสได้เยอะเพื่อขับโหลดอิมพีแดนซ์ต่ำระดับหูฟังทั่วๆไป แล้วถ้าถามว่า ทำไมไม่เอา สัญญาณจากช่องหูฟังไปเข้าแอมป์เลยล่ะ ใช้แบบไม่สน Line-out ได้ไหม ก็คงต้องบอกว่าได้ แต่เราก็จะได้ของแถมคือความเพี้ยน  ที่เกิดจากวงจรขยายมาด้วยอีก 1 ส่วน ซึ่งจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับเครื่องเล่นตัวนั้นๆว่าออกแบบมาดีหรือไม่



แล้วการต่อสัญญาณเสียงผ่าน Dock นั้นดีอย่างไร มันดีก็เพราะว่าเราได้เลือกเพาเวอร์แอมป์เอง ถ้าเราตั้งใจใช้เครื่องเล่นกับ
ลำโพงภายนอก การได้สัญญาณเสียงจาก Line-out จะได้สัญญาณที่มีคุณภาพสูงกว่าสัญญาณเสียงจากช่อง headphone เพราะสัญญาณเสียงจากช่อง headphone จะมีความเพี้ยนปะปนเพิ่มเข้าไปแล้ว นักเล่นระดับจริงจังควรจะได้สัญญาณที่ผ่านขั้นตอนน้อยที่สุดนั่นเอง

ระยะห่างระหว่างช่อง 3.5มม. กับ micro usb ค่อนข้างน้อย ทำให้ไม่สามารถใช้สาย 3.5มม. ที่มีหัวขนาดใหญ่ได้หากเราจะเสียบสายทั้งสองชนิดพร้อมกัน หมายความว่าใครอยากใช้สาย mini ที่มีหัวใหญ่ อาจจะต้องยอมไม่เสียบสาย micro usb เพื่อชาร์จไฟแต่หากต้องการฟังเพลงด้วยและชาร์จไฟไปด้วยก็ต้องหาสายเสียบที่มีหัวเล็กเท่านั้น ผมมีสาย mini 3.5 มม. หลายตัว เส้นที่ชอบจะเป็นสาย monster ซึ่งมีหัวยางที่ใหญ่ มันเบียดกับช่อง micro usb จนเสียบพร้อมกันไม่ได้ ผมใช้วิธีเอาสาย Y ที่มีหัวยางขนาดเล็กมาต่อกับ Dock ก่อน แล้วค่อยเอา monster มาต่อกับสาย Y อีกที ดูซ้ำซ้อนและคุณภาพน่าจะตกลงไปเช่นกัน แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ฟัง ถ้าจะให้ดี ควรจะทำสาย DIY ที่มีหัวแจ็คขนาดไม่ใหญ่มาใช้งานแทนจะดีกว่า

Galaxy note น่าจะซ่อนอะไรไว้ในหลายๆอย่างในพอร์ท micro usb บนตัวมันเอง เพราะการใช้งาน Dock เราก็ได้สัญญาณ audio Line-out มาใช้ นอกจากนี้ Samsung ยังมีสาย micro usb to HDMI มาขายด้วย ซึ่งเป็นสายที่ทำให้เราสามารถดึงสัญญาณภาพและเสียงแบบ HDMI จากช่อง micro usb บนตัว Galaxy note ไปเข้า TV หรือ Receiver Surround ได้เลย แต่ว่าถ้าเราต่อ Galaxy note ผ่าน Dock แล้วเอา micro usb to HDMI มาต่อกับ Dock จะทำไม่ได้ ไม่มีสัญญาณภาพและเสียงออกมาซึ่งน่าเสียดายมาก



จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Dock ตัวนี้คือมันสามารถเอียง 90องศาเพื่อตะแคงดูภาพแนวนอนได้ เป็นลูกเล่นที่ฉลาดและน่านับถือในความตั้งใจออกแบบ ฐานปิรามิดสามเหลี่ยมทำให้สามารถเปลี่ยนมุมวางได้ทันที ตัวมือถือที่วางไว้ไม่ไหลออกมา จะตะแคงซ้ายหรือ ตะแคงขวาก็ทำได้ทั้งคู่ ไม่เหมือน Dock ของยี่ห้ออื่นๆที่ออกแบบมาให้วางแค่แนวตั้งแนวเดียว เชื่อว่าคนออกแบบคงจะตั้งใจออกแบบให้ใช้งานแนวนอนได้เป็นโจทย์หลักโจทย์หนึ่งของ Dock ตัวนี้ คงไม่ได้คิดเพียงแค่เอาไว้ชาร์จกับต่อสายสัญญาณเท่านั้น


ความลาดเอียงของทรงปิรามิดทำให้เมื่อวาง Galaxy note เข้าไปแล้วมันเอียงหน้าจอเข้าสู่ผู้ใช้ในมุมที่กำลังสบายตา หากวางบนโต๊ะทำงานก็อยู่ในมุมมองที่พอดีกับสายตา ทั้งแนวตั้ง และแนวนอนจะให้มุมเอียงรับสายตาเท่ากันเป๊ะ Dock ตัวนี้สามารถเป็นเครื่องประดับประจำโต๊ะทำงาน หรือ ห้องรับแขกได้ไม่อายใคร เป็น Dock ที่หน้าตาดีมากเมื่อเทียบกับอดีตของวงการ gadget หลายตัวที่เคยมีมา และฟังค์ชั่นการใช้งานก็ดีน่าใช้ ราคาค่าตัวในเมืองไทยอยู่ระดับพันบาท เปรียบเทียบกับ accessory อื่นๆของเครื่องเสียงแล้วก็ถือว่าไม่แพงเกินไป เพราะสาย mini to RCA ยี่ห้อกลางๆอย่าง monster ยังราคาแพงกว่านี้เลย


สินค้าตัวนี้อาจจะไม่ได้ทำยอดขายสูงเหมือนตัวเครื่องโทรศัพท์ เพราะคนที่ใช้ Galaxy note แม้จะเยอะ แต่อาจมีไม่กี่คนที่อยากได้ Dock ความสะดวกสบายในการวางเข้าไปในแท่นเพื่อชาร์จไฟแค่เพียงอย่างเดียวก็ทำให้มันน่าใช้สำหรับคนทั่วไปแล้ว และยิ่งมี Lineout ให้อีก ยิ่งน่าสนใจสำหรับนักฟังเพลง การได้ลองใช้งาน Dock ตัวนี้นำมาซึ่งการทำความรู้จักกับแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ Tune in ซึ่งเป็นแอพสำหรับการฟังรายการวิทยุทางอินเทอเน็ต แอพตัวนี้มันมีรายการวิทยุเมืองไทยค่อนข้างเยอะ หากความเร็วเน็ตไม่แย่เกินไปเสียงเพลงจากรายการวิทยุออนไลน์ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะว่าคลื่นวิทยุอนาลอกในประเทศไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพ มันเบียดกันมิดชิดเสียจนคลื่นเดียวฟังกันได้สองรายการ มันทำให้เราพอจะมองอนาคตออกแล้วว่าการเสพสื่อสาธารณะจะมาในรูปแบบไหน ผมเชื่อว่า streaming on demand คือคำตอบที่น่าจะใกล้เคียงที่สุด

บทสรุป
ข้อดี ออกแบบสวยงาม ใช้ตะแคงเพื่อดูภาพแนวนอนได้ มีช่อง Line-out สำหรับต่อกับแอมป์ภายนอก
ข้อด้อย ช่อง micro usb เอาไว้ชาร์จไฟเท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นช่อง data เพื่อก็อปปี้ข้อมูลได้ ระยะห่างของช่อง
line-out กับ micro usb น้อยเกินไป ทำให้เสียบสายminiหัวใหญ่พร้อมกับสาย usb ไม่ได้
โดย: วุฒิชัย เจริญบุรี
SHARE:

Related Review & Article