Review & Article > Mytek Digital / Stereo 192-DSD DAC (เรื่องแปล)

เรื่องแปล
Review : Mytek  Stereo 192-DSD DAC
by Michael Lavorgna


 
Catching the DSD Buzz

Mytek Stereo 192-DSD DAC นั้นเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2011 ที่งาน Rocky Mountain Audio Fest ซึ่งพอดีกับการเปิดตัวของ Audio Stream ซึ่งนั่นทำให้ผมเกิดความสนใจและได้มีโอกาสทดลองฟัง ผลิตภัณฑ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในงาน RMAF 2011 คือการที่ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัท Mytek สามารถเล่นเพลงแบบ DSD ในรูปแบบ Native และยังมีอีกหลายเหตุผล ที่ทำให้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในงาน ซึ่งผมจะกล่าวต่อไปจากนี้

Mytek Stereo 192-DSD DAC นั้นแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในด้านเสียง ออกแบบมาในขนาด Half-Rack โดยมี Input มาให้อย่างครบครันเช่น AES/EBU, Word clock in/out และในรุ่น “Mastering Version” ของ 192-DSD DAC จะมี Input แบบ BNC SDIF DSD มาให้อีกอย่างละคู่ มันจึงสามารถใช้เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างเครื่องเล่น Pro SACD และเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่ “Preamp Version” สลับเอาช่องเชื่อมต่อ BNC ออก และใส่ช่อง RCA เข้ามาแทนที่  ซึ่ง “Preamp Version” จะมีให้เลือกสองสีคือ สีดำและสีเงิน โดยที่แผงควบคุมด้านหน้าของรุ่นสีดำนั้นจะมี LED level meter ในขณะที่รุ่นสีเงินจะถูกนำออกไปเพื่อความดูสะอาดตาและหรูหรา แต่ในส่วนอื่นนั้นจะเหมือนกัน ซึ่งในการรีวิวครั้งนี้เราจะใช้ “Black Preamp Version” ในการรีวิว

 
Stereo-192 DSD DAC นั้นสามารถรองรับการเล่นไฟล์ได้ถึง 32/192 PCM, 64xDSD และ 128xDSD ผ่านการเชื่อมต่อแบบ Asynchronous USB 2.0 ของตัวเครื่องหรือทางช่อง FireWire โดยที่การเล่นไฟล์แบบ DSD ยังต้องการอีกสองสิ่งเพิ่มเติม นั่นคือ Driver ของทั้งฝั่ง Windows หรือ Mac OSที่ติดตั้งโปรแกรมเล่นเพลง ที่สามารถรองรับการประมวลผล DSD ได้ ซึ่งในส่วนนี้เราจะพูดต่อไปในภายหลังแต่ตอนนี้ขอกล่าวถึงส่วนที่เป็นพื้นฐานก่อน ช่อง USB 1.1 ถูกใส่เข้ามาด้วยสำหรับผู้ใช้ฝั่ง Windows ที่ไม่อยากเสียเวลาโหลด Driver จากทางเวบของผู้ผลิต แต่จะรองรับการเล่นไฟล์ได้สูงสุดที่ 24/192 และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเครื่อง 192-DSD DAC นี้มีการใส่ช่อง Input/Output สำหรับ External Word Clock ซึ่งผมไม่ได้ทดสอบในครั้งนี้ แต่มันก็มีไว้ให้สำหรับผู้ที่ต้องการ  ดูในส่วนของ Input อื่นๆก็ทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น และ Digital Input ทั้งหมดนั้นสามารถรองรับได้ถึง 192KHz ผ่านทางชิป 32 bit Sabre DAC (โดยในการเชื่อมต่อแบบ Balanced นั้นจะ 4 DAC ต่อ channel) คุณสามารถใช้ “RC5 Standard” Universal remote เพื่อที่จะควบคุม Mytek DAC (ซึ่งผมไม่ได้ใช้เพราะว่าใช้ iPad ในการควบคุมแทน)

ขนาดของ Mytek DAC นั้นเป็นแบบ 1/2 rack-sized, แผงหน้าปัดด้านหน้านั้นบอกข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์อย่างครบถ้วน, ลูกบิดปรับเสียงนั้นใช้ในการควบคุมเสียง และเมื่อคุณกดปุ่ม menu แล้วมันยังใช้เป็นที่ปรับตัวเลือกต่างๆอีกด้วย ซึ่งตัวเลือกต่างๆนั้นประกอบไปด้วย Input ตัวเลือก, Upsampling (upscale ข้อมูล PCM ทั้งหมดไปที่ 192kHz), Filters (PCM - sharp หรือ slow roll-off, DSD - 50, 60, 70 kilohertz cutoff), Volume Control mode (ปรับเป็นแบบ Analog, Digital หรือ Bypass), Volume Trim levels (-14dB ถึง -18dB), Functions (Input, Mute, Phase, summed mono, การปรับ Balance L-R , Mid Side ที่เลือกระหว่างระบบ Mono หรือ L-R Stereo และการ Dim Volume ซึ่งจะลดระดับ output ลง 20dB), Display (ความสว่าง, เปิด-ปิด มาตรวัด, Auto-Off), Remote (Enable และ Address ในการเชื่อมต่อ), และ Firmware (Default, และ Display current version) และยังมีปุ่มที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเพื่อเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆที่กล่าวมาแล้วได้อย่างเร็วขึ้นอีก 2 ปุ่ม, หน้าจอ LED ที่จะแสดงระดับเสียงและ Sample Rate, ช่องเสียบหูฟังจำนวนหนึ่งช่อง และปุ่มเปิด-ปิด ในส่วนของด้านหลังนั้นอัดแน่นไปด้วย Input และ Output ต่างๆรวมทั้ง IEC Power Inlet

 

ถ้าคุณอยากอ่านถึงเบื้องหลังการออกแบบ และประวัติของ Mytek ที่มีมาถึง 20 ปีแล้ว ผมแนะนำให้คุณควรอ่าน "Engineering and Design of Mytek Stereo192-DSD-DAC" by Michal Jurewicz ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Mytek และเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ทุกตัว

สำหรับ Mytek ยังสามารถปรับแต่ง Output gain ใน Stereo192-DSD DAC ในทุกรุ่นที่ขายตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นไป ผมได้ถาม Michal Jurewicz ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงสามารถเลือกปรับแต่ง Output gain ได้ เขาได้ให้คำตอบดังนี้

    เมื่อผมออกแบบ Output stage ของ Stereo192-DSD DAC นั้น มีปัจจัยต่างๆที่ต้องรวมเข้าไปด้วยดังนี้
1. มาตรฐานของทั้งฝั่งผู้ใช้งานทั่วไป และฝั่งมืออาชีพ
2. ความต่างกันของค่าการตอบสนองสัญญาณในแอมป์รุ่นต่างๆ ที่มีในท้องตลาดนั้นไม่ได้มีมาตรฐานที่เหมือนกัน
3. สัดส่วน Signal to noise ratio(SNR) นั้นต้องมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ต้องไม่มีการเพี้ยนของเสียง
4. ความแตกต่างๆกันของระดับเสียงในเครื่องเล่น CD และ Digital recording อื่นที่มีอยู่ในตลาดนั้นมีไม่เท่ากัน รวมไปถึงระดับสูงสุดที่ +3dBFS ของเครื่องเล่น SACD DSD recordings

เมื่อมาตรฐาน CD ได้ถูกประกาศออกมา ทางผู้กำหนดนั้นไม่ได้ระบุค่าเฉลี่ย (0 VU) ของระดับสัญญาณสำหรับ CD ในการบันทึก มีเพียงกลางอยู่ที่ 0dBFS ซึ่งนี่นับเป็นการวางแผนที่ผิดพลาด ที่ยังผิดพลาดจนถึงทุกวันนี้ โดยทำให้เกิดระยะห่างของระดับสัญญาณที่กว้างมากของแผ่น CD (บางครั้งมากถึง 20 dB) และแก้ปัญหาโดยการบีบอัดที่มากเกินไป ทำให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพเสียงเมื่อเปรียบเทียบกับต้นฉบับที่โปรดิวเซอร์ทำขึ้นมา

DAC ระดับ High end นั้นสามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดีโดยใช้หลักการที่ว่า ระดับสัญญาณหลายๆแบบนั้น ต้องถูกเปลี่ยนโดยไม่มีเสียงรบกวนหรือการเพี้ยนใดๆ

ทาง Mytek ได้สร้าง ADC และ DAC ระดับมืออาชีพมาตั้งแต่ปี 1992 โดยออกแบบมาเพื่อใช้งานกับสตูดิโอ โดยจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ทางบริษัทมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดการระดับสัญญาณที่ต่างกัน โดยตามปกติแล้วค่าระดับสัญญาณนั้นจะถูกกำหนดโดยโปรดิวเซอร์ ที่จะอยู่ในช่วงระหว่าง -20dBFS - 14dBFS = 0VU (1.228VMRS บนสาย XLR) โดยขึ้นอยู่กับดนตรีและวิธีการบันทึก ยกตัวอย่างเช่น -20dBFS จะถูกใช้สำหรับ Symphony orchestra, ในขณะที่ -14dBFS จะถูกใช้ในการ mastering ซึ่งระดับสัญญาณนั้นถูกบีบอัดและค่าสูงสุดถูกกำหนดอย่างแม่นยำ ซึ่งค่า -20dBFS และ -14dBFS นั้นหมายถึงสัญญาณที่กำหนดความกว้างของเสียง ซึ่งดนตรีคลาสสิคนั้นต้องใช้ Bandwidth ที่มาก เพื่อรองรับช่วงสัญญาณที่กว้างกว่าและจุด Peak ของสัญญาณที่สูงกว่า นั่นหมายความว่าการบันทึกแบบ Digital นั้นมีความแตกต่างกันและ DAC นั้นต้องจัดการทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

ในทดสอบการเชื่อมต่อ 192-DSD DAC นั้นทำได้ง่ายดาย ผมใช้ทั้งสาย USB 2.0 และสาย Firewire เข้ากับ MacBook Pro และสาย RCA เพื่อเชื่อมต่อกับ Leben CS-200XS ผมเลือกใช้ volume control ของ Mytek ในโหมด bypass เพื่อไปปรับเสียงที่ Leben CS-300XS แทน ในส่วนของโปรแกรมนั้นผมใช้ Pure Music และ Audirvana Plus เพราะทั้งสองโปรแกรมนี้สามารถเล่นไฟล์แบบ DSD ได้ หลังจากติดตั้ง Driver ที่สามารถโหลดได้จากเวปไซต์ของ Mytek ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำคือ โหลดมาติดตั้ง ซึ่งไฟล์ Driver นั้นจะมีหลายแบบตามการเชื่อมต่อที่คุณใช้ตามโปรแกรมเล่นเพลง และระบบ OS ที่ใช้ (ผู้ใช้ฝั่ง Windows จะมีขั้นตอนเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยเมื่อเทียบกับ Mac ในส่วนนี้ผมไม่ขอพูดถึง) ซึ่ง โปรแกรมเล่นเพลงที่รองรับการเล่นไฟล์ DSD นั้นได้แก่ Amarra, Jriver และ Signalyst HQPlayer

 
การอัพเกรด Firmware นั้นสามารถทำได้ผ่านสาย FireWire ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องลำบากหากคอมพิวเตอร์องผู้ใช้ไม่มีช่อง FireWire แต่ก็ไม่ใช่ปัญหามากนักเพราะว่าสามารถซื้อ ExpressCard หรือPCIe adapter มาใช้งาน ผมถาม Michal Jurewicz ถึงสาเหตุที่เลือกใส่ FireWire Input เข้ามาทั้งที่มันไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าไร

-    ถ้าคุณเลือกใช้ Firmware ล่าสุดจากทางเวบไซด์ เสียงที่ได้จะมีความโปร่งมากกว่าเวอร์ชั่นเก่า และใช้ internal clock เดียวกันทั้งภาครับ FireWire และ USB (XCO ที่ทำงานร่วมกับ Chip DAC) จึงทำให้การเปรียบเทียบ jitter ผลที่ได้มีความใกล้เคียงกัน
-    USB บนเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นถูกใช้โดย Mouse, Keyboard และอาจจะมี Hard disk ด้วย จึงมีโอกาสที่การเชื่อมต่อ เกิดปัญหาจากการรบกวนของอุปกรณ์ USB อื่นๆ
-   และจากที่เราใส่ทั้ง USB และ FireWire เมื่อครั้งที่เราออกแบบ DAC ตัวนี้ เรารู้ว่าลูกค้านั้นชอบตัวเลือกเยอะๆ หากลูกค้าต้องการช่อง FireWire ใน Mytek ก็มีให้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับ USB และด้วย FireWire นั้นทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมบนชิป JET clock PLL ซึ่งทางเราใช้สำหรับ Digital input ทั้งหมด (Weiss โฆษณาเรื่องนี้สำหรับ FW DAC ของพวกเขา) ซึ่งการมีช่องเชื่อมต่อทั้งสองทำให้ครอบคลุมอุปกรณ์ต่างๆและมีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้งานมากกว่า
-    และตามปกติแล้ว Mytek นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพเสียงที่ดี และราคาที่คุ้มค่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราถือปฏิบัติมาตลอดในการออกแบบ และนี่คือจุดแข็งของเรา
 
What's All This Fuss About Viol[ins]ence On DSD?
เรามาเริ่มตั้งแต่พื้นฐาน ในชุดของผมนั้น Macbook Pro ทำงานเป็นส่วนควบคุมการเล่นโดยไฟล์นั้นเก็บเอาไว้ที่ NAS ซึ่งสาย FireWire นั้นให้เสียงที่ดีกว่าสาย USB เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับ Mytek DAC มันให้เสียงที่นุ่มนวลกว่า ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติมากกว่า ซึ่งสามารถใช้ในการเล่นได้ทั้ง DSD และ PCM ยังมีสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้คือ คุณต้องใช้สาย FireWire ชนิด 9-pin to 6-pin โดยที่ผมได้ทดลองใช้ทั้งสายถูกๆ และสาย Firebird-96 จากทาง Furutech ($158/1.2m) ซึ่งสายจากทาง Furutech ให้เสียงที่ดีกว่า  มีความหยาบของเสียงน้อยกว่า เป็นธรรมชาติกว่า และตัวเครื่อง Mytek เองก็ต้องการการ burn-in ไปสักระยะก่อนที่มันจะแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่

ในส่วนของไฟล์ DSD นั้น ผมได้ซื้อผ่านการ download โดยมีทั้ง Violin Concerto, Horn Concerto by Krzysztof Penderecki จากทาง Channel classis ซึ่งรวมนักดนตรีอย่าง Sinfonietta Cracovia, Krzysztof Penderecki conducting, Robert Kabara on violin และ Radovan Vlatković on horn โดยมีเพลงจำนวน 2 เพลง (41:41 และ 17:30 นาที) ซึ่ง Macbook Pro ที่ใช้ RAM 4GB ของผมไม่สามารถเล่นเพลงแรกจากโปรแกรม Pure Music ได้มันจะเกิดอาการกระตุก ข้าม และบางครั้งเสียงจะหายไปเลย ถึงแม้จะตั้งค่า Buffer size ไว้ที่ระดับสูงสุดก็ไม่ช่วยอะไร ผมจึงสั่งซื้อหน่วยความจำเพิ่มเติมอีก 8GB ซึ่งในตอนนี้มันสามารถเล่นเพลงดังกล่าวได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ (ตั้งค่า Buffer size ไว้ที่ max)

 
ผมยังได้ Download ไฟล์ DSD ที่แจกฟรีอยู่ตามเวบไซต์เท่าที่ผมจะหาได้ เช่น Blue Coast Records, Channel Classis, and 2L และในขณะที่เขียนรีวิวอยู่นี้ ทาง Mytek ได้ส่งเครื่อง Mac Mini ที่ใส่ไฟล์ DSD เอาไว้อย่างมากมายมาให้ ผมจึงได้มีโอกาสทดลองเพลงหลายๆแบบ และสิ่งที่ผมบอกได้เลยคือเสียงที่ได้จาก Mytek ในรูปแบบ native DSD นั้นให้เสียงที่ยอดเยี่ยมมาก ซึ่งจุดสำคัญของการรีวิวครั้งนี้คือเอาจะพูดถึงการบันทึกเสียงคุณภาพสูง แต่เราก็ยังได้ลองเปรียบเทียบกับไฟล์ PCM ความละเอียดสูงด้วย ซึ่งเราพบว่า DSD นั้นให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากกว่า และยิ่งไปกว่านั้นยังให้ dynamic range ที่ดีกว่ามาก แต่ไม่ได้หมายความว่า DSD นั้นดีกว่า PCM สิ่งที่ผมต้องการบอกคือหากคุณใช้ Mytek DAC เล่นไฟล์ชนิด DSD คุณจะได้รับคุณภาพเสียงที่เยี่ยมยอดเลยทีเดียว

  
ถ้าจะให้พูดง่าย Mytek Stereo 192-DSD DAC นั้นให้ความเป็นดนตรีและเสียงที่เป็นธรรมชาติมาก และผมมีความสุขกับการฟังเพลงทั้งในแบบของ DSD และ PCM ไม่มีอะไรมาขัดความลื่นไหลของเสียงดนตรี และทำให้ผมเผลอลืมให้ความสนใจจากดนตรีที่ฟังอยู่ เพราะความสุขที่ผมได้ฟังมันแทนที่จะตั้งใจฟังในเรื่องคุณภาพเสียง ซึ่งต้องบอกในจุดนี้ว่าในการฟังนั้นผมตั้งค่าให้ใช้การ Upsampling (Upsampling PCM ทั้งหมดไปที่ 192 kHz) ซึ่งทำให้ไฟล์จากการ Rip แผ่น CD ที่นำมาเปิดฟังนั้น มีความเป็นดนตรี น่าฟังมากขึ้น
   
Mytek นั้นยังผ่านการทดสอบ Raggae test ที่สำคัญอีกด้วย ซึ่ง Raggae test นั่นหมายความว่าการเปิดเพลง Raggae ผ่านสื่อ Digital นั้นให้เสียงที่แย่มากๆเมื่อเทียบกับแบบ Analog ซึ่งความแย่นี้หมายถึงท่วงทำนอง จังหวะ ซึ่งรูปแบบ Digital นั้นให้ได้ยากมาก แต่ว่าเสียงที่ได้จากแผ่นเสียงนั้นไม่มีปัญหาตรงนี้ (จากประสบการณ์ของผม) แต่ Mytek นั้นสามารถจัดการเพลง 24/192 Legend album from Bob Marley & The Wailers available from HDtracks (US) and Qobuz (EU) โดยให้เสียงที่ดีเยี่ยมและจังหวะที่ลื่นไหลเป็นอย่างดี

เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นนั้นจัดได้ว่ามีสีสัน ผมได้ลองฟัง Morton Feldman's For Philip Guston [hat ART CD 61041-4] ซึ่งจัดว่าเป็นเพลงช้า การบรรเลงของ Arthur Grumiaux performing Bach's Complete Sonatas and Partitas for Solo Violin ซึ่งเมื่อฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับฟัง rock’n roll เมื่อลองเปรียบเทียบกับของ Feldman โดยเสียงที่ได้ผ่าน Mytek DAC นั้นไม่มีอาการบาดหูให้เห็นเลยเมื่อถึงช่วงขึ้นเสียงสูง

เสียงของ Mytek เมื่อออกมาจากกล่องนั้น ต้องการการเบิร์นอินซักระยะก่อนฟังจริง แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีบุคลิกเสียงที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติมาช่วยให้ดีขึ้น นั่นหมายความว่า Mytek นั้นผ่านการทดสอบ “ผมสามารถฟังเมื่อไรก็ได้ที่ต้องการ” และ “ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะฟัง... แต่ต้องหลังจากจบอัลบั้มนี้ก่อน” และเมื่อมันผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง และได้เครื่องเสียงที่ปรับแต่ง และเลือกอย่างดีมาใช้คู่กันแล้ว จะไม่มีอะไรมารบกวนการฟังเพลงของคุณอีกเลย

 
Free Your DSD and Your PCM Will Follow

ถึงจุดนี้อาจมีคำถาม มีไฟล์เพลงชนิด DSD ออกมาเท่าไรแล้ว? และคำถามเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นก็มีเยอะเหมือนกัน ซึ่งถ้าพูดถึงจำนวนเพลงแล้วตอนนี้ก็มีออกมาประมาณ 500 เพลง โดยมีราคาประมาณ $30 กับอีกเล็กน้อย ซึ่งเราไม่รู้ถึงอนาคตของจำนวนเพลงว่าจะมีมากขึ้นแค่ไหน แต่อย่างลืมว่า SACD นั้นสามารถทำให้เป็น DSD สำหรับ download ได้ด้วย

แต่สำหรับราคาของ Mytek ที่สามารถเล่น PCM ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน FireWire เข้ากับ Macbook Pro ในชุดของผมแล้ว รวมกับความสามารถที่จะใช้เป็น Pre-amp พร้อม Digital หรือ Analog volume control ให้เลือกใช้ และภาค Headphone amp ในตัว คุณจึงสามารถมองว่า DSD ที่มีอยู่ในเครื่องเป็นของแถมไปเลยก็ได้

ในการเล่นไฟล์แบบ native DSD นั้นคุณต้องเตรียมการอีกนิดหน่อย คอมพิวเตอร์ที่จะนำมาใช้งานนั้นควรจะมี RAM อย่างน้อย 8GB (หลักในการใช้ Computer audio นั่นคือมี RAM เท่าไรยิ่งดี) คุณต้องใช้โปรแกรมเล่นเพลงตามตัวอย่างที่กล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ และคุณแค่ Download และติดตั้ง driver ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย แต่สิ่งที่เป็นเรื่องใหญ่จริงๆก็คือ ประสิทธิภาพที่ได้จาก Mytek Stereo 192-DSD DAC ที่สามารถเล่นไฟล์ PCM แบบเดิมได้ และเมื่อใช้งานแบบ Native DSD แล้วคุณจะได้ DAC ที่น่าสนใจมากๆตัวหนึ่งทีเดียว

หมายเหตุ 1
ผมได้เพิ่มเติมรายละเอียดจากทาง Mytek เพราะว่ามันยังไม่ถูกใส่ลงไปในคู่มือผู้ใช้งาน (เวอร์ชั่น online น่าจะมีการปรับปรุงเร็วนี้) ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานในส่วนของการลด Output ของ DSD DAC ด้วย Trim level control เพื่อการจับคู่กับอุปกรณ์อื่นๆที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งทาง Mytek ได้เสริมตัวเลือก “Gain Pad” อย่างที่ลงไว้ด้านล่างนี้เพื่อใช้ประกอบการปรับแต่ง
Stereo 192-DSD DAC ได้ตั้งค่า Output จากโรงงานดังนี้

XLR output DEFAULT:
Average level (0 VU) = +4dBu= 1.228 VRMS on XLR (between pin 2 and 3)
Output trim (adjustable in menu) = -18dBFS
Max output (sinewave) 9.79V RMS or 13.84V Peak or 27.69 V Peak to peak (Voltage swing)
เป็นการตั้งค่ากลางๆสำหรับผู้ใช้เครื่องเสียงระดับ Hi-End หรือชุดเครื่องเสียงที่ได้มาตรฐาน

Output Trim:
Output Trim นั้นมีผลกับทั้ง XLR และ RCA ในสัดส่วนที่เท่าๆกัน
XLR:
Mytek DAC output นั้นสามารถทำการ trim (ผ่านหน้าเมนู) ที่ขั้นละ 1dB ระหว่าง -14dB และ -18dB = +4dBu=1.228VRMS on XLR:
และเมื่อตั้งค่าที่ -14dBFS จะมีค่า trim เท่ากับ:
Average level (0 VU) = +4dBu= 1.228 VRMS on XLR (between pin 2 and 3)
Output trim (adjustable in menu) = -14dBFS
Max output (Sine wave) 6.14V RMS or 8.68V Peak or 17.37 V Peak to peak (Voltage swing)
ซึ่งนี่เป็นค่าที่มืออาชีพใช้ในการบันทึกเสียงและใช้ในชุดเครื่องเสียงบางชุดที่ทำงานที่ +/-15V power rail หรือมากกว่า
การตั้งค่าที่ -14db นั้นจะได้ผลลัพธ์คือความแรง Output จาก DAC นั้นลดลง ซึ่งแนะนำให้ใช้กับชุดเครื่องเสียงที่มีปัญหากับการใช้งานที่ -18dB และในส่วนของ -15 และ -16dB นั้นอยู่กึ่งกลางระหว่างสองอันแรกที่กล่าวมา

 
XLR output GAIN PAD:
GAIN PAD นั้นเป็นชุด Jumper จำนวน 4 ตัวด้วยกัน โดยสามารถเข้าถึงได้โดยการถอดฝาครอบด้านบนของเครื่อง ซึ่งการตั้งค่าจากโรงงานนั้นจะไม่ได้เสียบเอาไว้ (เสียบไว้เพียง 1 ขา) แต่เมื่อไรที่เสียบ jumper แล้ว IV resistor จะถูกป้อนเข้าไปที่ DAC ทำให้ Output gain นั้นลดลง 6dB (สองเท่าในเรื่องของของกระแสไฟ)
PAD นั้นมีผลกับทั้ง XLR และ RCA ในสัดส่วนที่เท่าๆกัน

Average level (0 VU) = +4dBu= 1.228 VRMS on XLR (between pin 2 and 3)
Output trim (adjustable in menu) = -18dBFS
Max output (sinewave) 9.79V RMS or 13.84V Peak or 27.69 V Peak to peak (Voltage swing)
การตั้งค่าแบบนี้เป็นแบบที่ไม่ค่อยแพร่หลายนัก ใช้สำหรับชุดเครื่องเสียงที่ไม่สามารถรองรับสัญญาณขนาดใหญ่ (โดยทำงานที่น้อยกว่า +/-15V Power rails) ซึ่งรองรับการใช้สัญญาณ XLR ในระดับปกติไม่ไหว (เสียงรบกวนมีมากเกินไป)

RCA outputs:
ค่าเฉลี่ยมาตรฐานสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปนั้นอยู่ที่ -10dBV = 0.312 VRMS ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่วนมากจะใช้พลังงานที่น้อยกว่า (+/-5V) และมีค่า Signal to noise ratio น้อยกว่าการเชื่อมต่อแบบ XLR
เครื่องเสียงส่วนมากนั้นออกแบบโดยใช้แบบผสม โดยการใช้ช่องเชื่อมต่อ RCA แต่ใช้ใน Voltage rail ที่สูงกว่า จึงทำให้สามารถรองรับสัญญาณที่มีขนาดใหญ่ได้

Mytek DAC RCA output นั้นใช้ประโยชน์จากจุดนี้ โดยค่าเฉลี่ยของ RCA output นั้นอยู่ที่ (-18dBFS trim) = 0.614 VRMS
ซึ่งในระดับนี้นั้นจัดได้ว่าสามารถรองรับสัญญาณได้ดี จึงทำให้คุณภาพสัญญาณและคุณภาพเสียงนั้นดีขึ้น (ซึ่งต่างจากมาตรฐาน -10dBV ที่จะทำให้คุณภาพลดลง)
ถ้าการตั้งเสียงในระดับนี้มีทำให้เสียงดังเกินไป (ดังเกินไปหรือมีเสียงรบกวนมากเกินไป) คุณควรปฏิบัติดังนี้
• ใช้ GAIN PAD – จะช่วยลดสัญญาณลง 6dB ทำให้ output เท่ากับ 0.307 RMS
• หรือหากต้องการปรับเพียงเล็กน้อย ควรเลือกใช้ฟังก์ชั่น Trim ที่อยู่ในหน้าเมนู

หมายเหตุ 2
นี่คือรายการเวบไซต์ที่แจก DSD download ฟรี
•    http://bluecoastrecords.com/free-downloads
•    http://www.channelclassics.com/try-it-now
•    http://dsd-guide.com/free-downloads
•    http://www.2l.no/hires/index.html
และสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DSD ผมแนะนำให้อ่าน http://dsd-guide.com/

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
แปลจาก http://www.audiostream.com/content/mytek-stereo-192-dsd-dac-0
โดย: Munkong Staff
SHARE:

Related Review & Article