Review & Article > รีวิว : ลำโพง Swans M100MKII

รีวิว ลำโพง Swans M100 MKII
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555
โดย วุฒิชัย เจริญบุรี  pockethifi@gmail.com


ชีวิตคนเราในสมัยใหม่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีกันแทบจะทุกช่วงเวลาของชีวิต  ตั้งแต่ตื่นนอนก็ปลุกด้วยมือถือ  อาบน้ำทำธุระส่วนตัวก็เปิดเว็บอ่าน  ไปทำงานนั่งรถสาธารณะก็เสียบหูฟังกับเครื่องเล่น ขับรถก็เปิดเพลงในรถ  ไปถึงที่ทำงานก็เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาทำงาน  แทบทุกอาชีพก็ต้องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น  ทั้งเครื่องตั้งโต๊ะ ทั้งโน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนต่างๆ และแท็บเบล็ต  ไม่ชิ้นใดก็ชิ้นหนึ่งที่ทุกคนจะต้องมี  และบางคนก็มีของพวกนี้ทั้งหมดอยู่ในชีวิตประจำวัน

อุปกรณ์ไอทีเหล่านี้นอกจากใช้ทำงาน ใช้สื่อสารแล้วก็ยังใช้เพื่อความบันเทิงด้วย  การดูหนังและฟังเพลงผ่านเครื่องมือไฮเทคเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้น  หลายคนดูหนังซีรี่ย์จบเป็นเรื่องๆบนคอมพิวเตอร์  หลายคนเปิดเพลงฟังพร้อมกับทำงาน  หลายคนเปิดเพลงทิ้งไว้เป็นแบล็คกราวน์มิวสิคระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน  สิ่งที่ควบคู่ไปกับการฟังเพลงผ่านอุปกรณ์ไอทีเหล่านี้คือจะต้องมีลำโพงดีๆสักคู่  หรือมีหูฟังที่ถูกใจมาใช้งานร่วมกัน  การเลือกหาลำโพงมาใช้งานกับชีวิตแนวดิจิทัลนี้มีทางเลือกมากมาย  แต่จะมีทางเลือกไหนที่ได้ทั้งคุณภาพและความสะดวกสบาย



เดิมทีตอนที่เราซื้อคอมพิวเตอร์เรามักจะได้รับลำโพงเป็นของแถม  ลำโพงคอมฯตัวเล็กๆสักตัวคุณภาพแค่เปิดได้ยินเสียง  หลายคนก็ทนฟังกับเสียงแย่ๆแบบนั้นมาตลอด  จนกระทั่งมีนักเล่นเครื่องเสียงบางคนยกคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในห้องฟังเพลง  ยกคอมพิวเตอร์มาวางบนชั้นวางเครื่องเสียง เปิดคอมพิวเตอร์เป็นแหล่งโปรแกรมแทนเครื่องเล่นซีดี  สิ่งที่พบเห็นก็คือการต่อสายยุ่งยาก ซับซ้อนอุปกรณ์เยอะ  แต่ก็ทำกันเป็นส่วนใหญ่

ขณะที่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งคิดกลับกัน  คือต้องการยกลำโพงดีๆมาวางคู่กับคอมพิวเตอร์  เจตนาเพื่ออัพเกรดคุณภาพจากลำโพงของแถมเสียงไม่ดีให้เป็นลำโพงที่ใช้งานฟังเพลงได้อรรถรสไม่แพ้ลำโพงบ้าน  เพราะไหนๆก็ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆอยู่แล้ว  การอัพเกรดคุณภาพลำโพงก็เป็นเรื่องที่น่าทำ  ตลาดกลุ่มนี้เป็นตลาดที่กำลังเติบโต  หลายบริษัททะยอยผลิตลำโพงคอมพิวเตอร์คุณภาพสูงออกมารองรับผู้ใช้  บางบริษัทให้ชื่อเรียกลำโพงกลุ่มนี้ว่า multimedia speaker คือเป็นลำโพงสำหรับระบบมัลติมีเดียทั้งหลายนั่นเอง 


ลำโพงคอมฯมักจะถูกออกแบบมาให้เป็นลำโพงชนิด active คือเสียบปลั๊กไฟแล้วก็เปิดฟังเสียงได้เลย  ตัวลำโพงมีวงจรขยายและตัวปรับระดับเสียงอยู่ภายใน  ลำโพงชนิด active นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในห้องบันทึกเสียง  เพราะความสะดวกสบายในการใช้งาน  คุณภาพเสียงก็อยู่ในระดับที่ดี ถึงดีมาก  หลายคนก็เริ่มเลียนแบบห้องบันทึกเสียงโดยการไปซื้อลำโพงแบบนี้มาใช้บ้าง  ก็ได้รับความพอใจกันไป  แต่หลังๆเริ่มมีการเพิ่มลูกเล่นให้ลำโพง Active เหล่านี้ด้วยการทำให้มันรับสัญญาณเสียงระบบ Bluetooth ได้ด้วย  เพราะมือถือสมัยใหม่ รวมไปถึงคอมพิวเตอร์และแท็บเบล็ตต่างๆล้วนแต่มีฟังค์ชั่นการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ทั้งสิ้น  เราจึงได้เห็นลำโพงที่ตั้งใจทำมาเอาใจนักเล่นกลุ่มดิจิทัลนี้ว่ามีการใส่ลูกเล่นการรองรับสัญญาณเสียง Bluetooth มาให้



Swans เป็นบริษัทที่ผลิตลำโพงมาค่อนข้างนาน ก่อตั้งในช่วงปี คศ 1990 ผลิตดอกลำโพง  ผลิตลำโพงออกมาตั้งแต่รุ่นใหญ่ไฮเอนด์ ไปจนถึงรุ่นเล็กระดับราคาย่อมเยา มีการควบคุมและออกแบบโดยบริษัทแม่ที่อยู่ในแคนาดา  ปีคศ 1997 มาสร้างโรงงานผลิตในประเทศจีน  ซึ่งผลการร่วมทุนและและตั้งโรงงานในจีนทำให้ลำโพง Swans มีกำลังการผลิตสูงขึ้น สามารถจัดจำหน่ายไปได้ทั่วโลกเพราะสามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการ และแม้ว่าจะผลิตในจีน แต่เรื่องการควบคุมคุณภาพของทาง Swan เองก็ไม่ได้แย่ลง  ลำโพงทุกรุ่นของ Swans ยังคงมีคุณภาพที่สูงไว้ใจได้

(t-s-parameter)
ด้วยความที่ Swans ผลิตดอกลำโพงมาก่อนตั้งแต่ต้น  ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่จะผลิตลำโพงแบบสำเร็จออกมาให้มีคุณภาพดี  เพราะการออกแบบลำโพงที่ถูกต้องบนหลักการสากลก็คือจะต้องมีการคำนวณละเอียดตั้งแต่ปริมาตรตู้ การพิถีพิถันเรื่องความแข็งแรงของตู้ และที่สำคัญ สเป็คต่างๆของดอกลำโพงที่นำมาใช้จะต้องมีข้อมูลที่ละเอียดเพื่อให้การคำนวณแม่นยำที่สุด  ศาสตร์การออกแบบลำโพงเสียงดีเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ 100เปอร์เซ็น  เพราะไม่เคยมีใครออกแบบลำโพงแบบไม่คำนวณแล้วเสียงดีเลยสักคู่เดียว  ดังนั้นการผลิตลำโพงสำเร็จรูปจาก Swans จึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก  เพราะรู้สเป็คละเอียดที่สุด  เผลอๆ จะสร้างดอกลำโพงให้ได้ตามสเป็คที่ต้องการเลยก็เป็นไปได้  ลำโพงจาก Swans จึงมีความสมบูรณ์อยู่ในตัว สามารถคาดหวังได้ว่าคุณภาพจะอยู่ในระดับที่ดีได้แน่นอน

ลำโพงที่ Swans ตั้งใจทำออกมาให้ใช้กับคอมพิวเตอร์มีหลายรุ่น  ส่วนใหญ่ออกแบบเป็นลำโพง active บ้างก็เป็นระบบ Sub-sat หรือ 2.1 บ้างก็เป็นระบบสเตอริโอ 2.0 ซึ่งในรุ่นสเตอริโอนี้ก็มีหลายรุ่นให้เลือกใช้งาน  ราคาขายก็อยู่ในระดับที่น่าสนใจอย่างยิ่ง  แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ คุณภาพเสียงของ Swans นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เสียงดี  ลำโพงค่ายนี้มีจุดเด่นที่การออกแบบ Swans ได้รางวัลแต่ละปีในแง่ของเครื่องเสียงคุณภาพมาตลอด  มาระยะหลังจะได้รับรางวัลในด้าน innovation เสียเป็นส่วนใหญ่  เพราะว่า Swans เลือกที่จะพัฒนาลำโพงให้มีคุณภาพสูงขึ้นนั่นเอง  เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าลำโพงคู่ที่จะทดสอบนี้มีลักษณะน่าสนใจอย่างไร

ข้อมูลทั่วไป
Swans M100MkII เป็นลำโพงระบบ Active รุ่นเล็กสุดของบริษัท  เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่นแรกที่ทำได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว  การพัฒนาก็จะเป็นการเพิ่มความสามารถในการฟังเพลงผ่านระบบส่งสัญญาณ Bluetooth มาด้วย  ซึ่งเป็นการออกแบบการใช้งานที่รองรับไลฟ์สไตล์ของคนไอทีทั้งหลาย  การฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือสักเครื่องหนึ่งเมื่อก่อนจะต้องต่อสายmini 3.5 มาเข้าชุดเครื่องเสียง  แต่ไหนๆมือถือทั้งหลายรวมไปถึงคอมพิวเตอร์และแท็บเบล็ตต่างๆก็มี Bluetooth แล้วทั้งสิ้น  นักเล่นกลุ่มนี้ต้องการความสะดวกสบายเป็นประเด็นหลัก  ส่วนคุณภาพก็เป็นเรื่องรอง  Swans เลยเอาลำโพงรุ่นเล็กอย่าง M100 ซึ่งเป็นของมีคุณภาพที่ดีอยู่แล้วมาเพิ่มความสะดวกสบายให้อีกนิด โดยการเพิ่มฟังค์ชั่นการรับสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth กลายมาเป็นรุ่น M100MkII

M100MKII เป็นลำโพงวางหิ้งระบบสเตอริโอ หรือระบบ 2.0 ดอกลำโพงสามารถรับกำลังได้ 10-60 วัตต์  เพาเวอร์แอมป์ภายในมีกำลัง 30 วัตต์ต่อข้าง  ระบบการขยายเป็นแบบซิงเกิ้ลแอมป์ คือหน่วยขยายหนึ่งหน่วยต่อลำโพง 1 ข้าง   รับสัญญาณจากช่องต่อ Aux ขนาด 3.5มม. และทาง Bluetooth ดอกลำโพงทวีตเตอร์ใช้ขนาด 0.8 นิ้วโดมอลูมิเนียม  วูฟเฟอร์ใช้ขนาด 4 นิ้ว  ออกแบบเป็นลำโพงตู้เปิดมีท่อระบายลมอยู่ด้านหลัง  ลำโพงด้านขวาเป็นจุดรวมการเชื่อมต่อและปุ่มปรับต่างๆทุกชนิด  ตั้งแต่จุดเสียบปลั๊กไฟ 220 โวล์ท อยู่ต่ำแหน่งด้านล่างสุด  ถัดขึ้นมาเป็นสวิตซ์เปิดปิดเครื่อง  ตามมาด้วยท่อลมขนาดใหญ่ สูงขึ้นไปเป็นช่องเชื่อมสายลำโพงฝั่งซ้่าย วางคู่กับช่องรับสัญญาณเสียง Aux ถัดขึ้นไปเป็นหลอดไฟแสดงผลการทำงาน Bluetooth และสามปุ่มบนสุดเป็นปุ่มปรับระดับเสียง ปุ่มปรับโทนเสียงทุ้มและแหลม  สามารถปรับ  Bass และ Trebble ได้ +-3dB  มีแผงระบายความร้อนยาวตลอดแนวตั้ง  ภายในใช้วงจรตัดแบ่งความถี่เลือกตัดที่ 2.4kHz ระบุว่าเป็นระบบ Active Crossover ตรงนี้ค่อนข้างน่าสงสัยว่าทำไมต้องใช้ Cross ชนิด Active เพราะการใช้ Active crossover มักจะอยู่กับระบบการขยายเสียงแบบไบแอมป์เป็นส่วนใหญ่ อาจจะต้องลองเปิดภายในเครื่องเพื่อไล่วงจรดูว่าออกแบบไว้อย่างไร




ภายนอกของ  M100MKII ดูดีมาก ออกแบบตู้เป็นสี่เหลี่ยมผนังโค้ง  ผนังด้านข้างมีความโค้งมนเพื่อลดผลการสะท้อนเสียงหรือ Standing waveภายใน  ผนังภายนอกปะผิวด้วยลายไม้ดูสวยงาม  ด้านบนและด้านล่างเป็นไม้อัดหนาพิเศษสีดำเคลือบเงาเหมือนผิวเปียโน  ให้ความรู้สึกแข็งแรงและดูมีราคามีรสนิยม  ถ้าไม่ดูป้ายราคาอาจคิดว่าคู่นี้หลายหมื่นบาท  ลำโพงข้างซ้ายไม่มีวงจรใดๆ  การเชื่อมสายระหว่างลำโพงซ้ายและขวาจะใช้สายลำโพงเฉพาะกิจที่แถมมาให้  เพราะหัวแจ๊คขั้วลำโพงเป็นแบบ 4pin ซึ่งไม่ได้มีขายทั่วไป  เข้าใจว่าน่าจะเป็นการต่อสายลำโพงแบบไบไวร์ คือการแยกสัญญาณเสียงระหว่างทวิตเตอร์และวูฟเฟอร์ให้เดินคนละเส้นกัน  ความยาวสายลำโพงให้มาประมาณ 2 เมตร  เพียงพอสำหรับการวางบนโต๊ะทำงาน โต๊ะคอม และหิ้งหนังสือจริงๆ  แต่ถ้าจะนำไปวางบนขาตั้งระดับความสูงประมาณ 20-24 นิ้วตามมาตรฐานห้องฟังเพลงทั่วไปจะไม่ค่อยสวยงามนัก  เพราะสายลำโพงสั้นเกินไป  เวลาวางบนขาตั้งแล้ว สายลำโพงจะลอยอยู่กลางอากาศ  แม้จะทำให้คุณภาพการฟังเพลงดีขึ้น แต่ก็ดูขัดสายตาไปพอสมควร 



ทดลองฟัง
อุปกรณ์ที่ร่วมทดลองฟังในครั้งนี้ประกอบไปด้วย คอมพิวเตอร์ Mac mini  คอมพิวเตอร์ PC  DAC ใช้ Audio GD compass2  สลับกับ California Audio Lab รุ่น Gamma เครื่องเล่นเพลงก็จะมี iPod Video iPod mini iPod Shuffle  ต่อสายด้วยสาย mini to RCA ของ monster  ส่วนการฟังผ่านระบบ Bluetooth ใช้มือถือ Samsung Galaxy Note และ iPos Touch Gen2

เมื่อได้เครื่องมาก็เปิดเครื่องทิ้งไว้ก่อน  ปกติจะเปิดทิ้งไว้ไม่ปิดเลยประมาณ 1 สัปดาห์  แต่ M100 MKII มีความร้อนในตัวค่อนข้างมาก  ทำให้ไม่กล้าเปิดทิ้งไว้ข้ามคืน ใช้การเปิดเบิร์นแค่วันละ 12 ชั่วโมงแทน  เมื่อผ่านไป 10 วันจึงค่อยเริ่มฟังทดสอบจริงๆ  ความร้อนที่ออกมาจากวงจรขยายเสียงแม้จะไม่ได้เปิดเสียงก็ยังมีความร้อนในระดับที่สูงกว่าเครื่องเสียงแยกชิ้นทั่วไป  การจัดวางควรจะหาพื้นที่ที่สามารถระบายอากาศได้ดี  อย่าวางชิดผนังเกินไปหากไม่ได้ใช้งานในห้องแอร์เพื่อให้แผงระบายความร้อนได้ทำงานเต็มที่ 



ตอนแกะกล่องลำโพงออกมาก็ประทับใจแล้วกับการแพ็คและสิ่งของที่ให้มาในกล่อง  ลำโพงมีถุงหิ้วเนื้อนิ่มหุ้มอยู่ สามารถหิ้วออกมาจากกล่องได้เลย  มีถุงมือขาวมาให้ด้วยอีก 1 คู่  อะไรจะปราณีตโอเวอร์ขนาดนี้  ผู้ใช้สามารถสวมถุงมือแล้วจัดวางลำโพงต่างๆโดยที่ลำโพงไม่เปื้อนรอยนิ้วมือเลย  ดูจากผิวดำมันบนตู้ลำโพงก็พอเข้าใจว่า ถ้าเอามือจับแล้วมันจะไม่สวย จะเห็นรอยนิ้วมือมันๆเกาะอยู่ทำให้หงุดหงิดใจได้  ดังนั้นก็ใส่ถุงมือซะหน่อยจะได้จับแล้วไม่เป็นรอย  เมื่อจัดวางเสร็จแล้วก็อย่าเพิ่งถอดถุงมือ  ให้เอามือไปลูบคลำขัดถูให้สะอาดอีกรอบ  คิดซะว่าเป็นรถยนต์หรูสักคันก็ได้  ทำเหมือนพนักงานทำความสะอาดกำลังเช็ดรถเลย





การเชื่อมต่อสายกับชุดเครื่องเสียงบ้านทำได้ค่อนข้างลำบาก  เพราะว่าปลั๊กไฟให้มาสั้นไป ทำให้ต้องลากเต้าเสียบมาวางใกล้ๆลำโพง  สายสัญญาณเส้นนึงยาวเพียง 1.5 เมตร ทำให้ต้องวางคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นใกล้ๆลำโพง  สายลำโพงที่ให้มามีความยาวประมาณ 2 เมตร ทำให้เมื่อวางบนขาตั้งแล้วสายลำโพงจะพาดอยู่ตรงกลาง ลอยอยู่ ไม่แตะพื้น  ทุกอย่างมันดูระโยงระยางไปหมดเลย  แต่ถ้าเอาไปวางบนโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะคอมพิวเตอร์ หรือ หิ้งตู้โชว์ต่างๆ การเดินสายเหล่านี้ก็จะไม่มีปัญหาอะไร  แสดงว่าลำโพงคู่นี้ตั้งใจให้ใช้บนโต๊ะมากกว่าบนขาตั้ง



ระบบการเชื่อมสัญญาณ Bluetooth ทำได้ดีมาก  มันง่ายที่สุดเท่าที่เคยใช้ระบบ Bluetooth มาเลย  แค่เปิดตัวส่งในมือถือของเราแล้วสแกนหาสักรอบหนึ่ง เมื่อเจอกันก็กด connect   ทุกอย่างเชื่อมต่อกันแล้ว  M100MKII เมื่อต่อทาง Bluetooth จะตัดสัญญาณจากช่อง Aux ทันที  ถ้ากำลังฟังเพลงทาง  Aux อยู่เพลงก็จะเงียบทันทีเปลี่ยนไปรับสัญญาณจาก Bluetooth แทน  หลอดไฟแสดงผล  Bluetooth ด้านหลังตอนยังไม่เชื่อมต่อจะเป็นไฟสีแดงสลับกับสีน้ำเงิน  เมื่อเชื่อมต่อกันแล้วจะกลายเป็นสีแดงค้างไว้ตลอดเวลา  การฟังเพลงผ่าน  Bluetooth นี้จะเป็นการรับเสียงแต่เพียงอย่างเดียว  ไม่สามารถใช้คุยแทนไมโครโฟนได้  ไม่สามารถสั่งข้ามเพลงหรือย้อนเพลงจากลำโพงได้  ตรงนี้จะแตกต่างจากลำโพง Bluetooth อื่นๆที่มักจะให้ฟังค์ชั่นการข้ามเพลงหรือย้อนเพลงมาให้ด้วย  แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่  เพราะการควบคุมการเล่นมักถูกใช้งานบนเครื่องเล่นอยู่แล้ว



เสียงเพลงที่ต่อผ่านสายให้น้ำเสียงที่สะอาดเกลี้ยงเกลา  มีความน่าฟังมาก  หากเทียบกับลำโพงคอมพิวเตอร์อื่นๆที่เคยฟังมาแล้ว ตัว M100MKII มันดีกว่ามาก  มันมีความเป็นลำโพงบ้านมากกว่าลำโพงคอมฯ  บุคคลิกเสียงกลางมีความสด โปร่ง ฟังสบาย  มีอาการขึ้นขอบนิดหน่อยเมื่อเทียบกับลำโพงบ้านกับแอมป์หลอดที่ใช้ประจำอยู่  แต่ถ้าไม่ฟังเทียบก็ไม่ได้รู้สึกแย่กว่า  เสียงย่านต่ำมาค่อนข้างน้อยตามขนาดดอกลำโพงวูฟเฟอร์ 4 นิ้ว  การเปิดเบาๆจะได้เสียงไม่ค่อยถูกใจ  ต้องเปิดให้ดังขึ้นหน่อยถึงจะรู้สึกว่าเสียงมาครบ  โดยเฉพาะเสียงเบส เสียงกลองต่างๆ  เป็นเพราะว่าลำโพงน่าจะตอบสนองความถี่มาค่อนข้างแฟลต คือราบเรียบ  การเปิดเบาๆทำให้หูคนฟังไม่ค่อยได้ยินเสียงความถี่ต่ำ ซึ่งเป็นธรรมชาติการได้ยินของคนเรา  ดังนั้นเราควรเปิดเสียงให้ดังระดับที่หูเราเริ่มรับรู้กับเสียงเบสได้ดี   เสียงย่านกลางไปถึงเสียงแหลมทำได้ชัดเจน  ปลายเสียงแหลมน้อยไปหน่อย แต่ไม่ได้ขาดหาย  เสียงโดยรวมจะเน้นไปที่เสียงกลางเป็นจุดเด่น



การเปิดด้วยไฟล์เพลงคุณภาพสูงจะทำให้ลำโพงเสียงดีขึ้นไปอีก  แผ่นออดิโอไฟล์หลายๆแผ่นที่ Rip เป็นไฟล์ M4a แล้วเปิดกลับด้วยโปรแกรม Jriver ในวินโดส์  ผ่าน Dac Audio-gd รุ่น Compass2 ต่อทางช่อง USB  ให้เสียงที่อิ่มแน่นขึ้นมากเมื่อเทียบกับการฟัง MP3 ทั่วไป  การลงน้ำหนักของเสียงย่านต่ำในไฟล์  lossless ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน  ไฟล์เพลงคุณภาพดีและ Dac ส่งสัญญาณเสียงดีๆมาให้ลำโพง ลำโพงก็สามารถถ่ายทอดให้เรารับรู้ได้ว่าเรากำลังฟังของดีอยู่  เสียงเบสลงได้ลึก แต่ไม่ได้ชัดเปรี้ยงแบบเครื่องแยกชิ้น  น้ำหนักเบสจะน้อยกว่าลำโพงวูฟเฟอร์ใหญ่ๆ น้ำหนักเสียงกลองดังขึ้นและจบค่อนข้างเร็ว เหมือนลำโพงจูนเสียงมาให้ตอบสนองในแง่ความไว  แต่ไม่ลากให้ลงลึกให้เท่าใดนัก  เสียงกลางลอยเด่น ฟังเพลงร้องได้ไม่ขัดอารมณ์  เสียงสูงมีให้ครบถ้วน แต่ไม่ใสปิ๊ง  คือมีให้ได้ยิน แต่ไปไม่สุดแบบเครื่องแยกชิ้น  แต่โดยรวมเสียงก็ไม่ได้โหวงเหวงแบบลำโพงคอมพิวเตอร์อื่นๆ ฟังกี่ทีก็คิดเสมอว่านี่มันมีความเป็นลำโพงบ้านมากกว่าจะเป็นลำโพงคอมฯ



คุณภาพเสียงที่ฟังผ่านสัญญาณ Bluetooth ก็ทำได้ดีมาก  การใช้ไฟล์ MP3 ตัวเดียวกัน เทียบกันระหว่างเล่นผ่านคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อด้วยสาย กับการเล่นผ่านมือถือเชื่อมด้วย Bluetooth ให้เสียงเหมือนกันมาก  ถ้าไม่พยายามจะเพ่ง หรือจับผิดจะฟังไม่ออกเลย นั่นก็อาจจะเป็นเพราะวงจรรับ Bluetooth มีคุณภาพที่ดีเพียงพอ  สามารถรองรับการฟังเพลง mp3 ได้อย่างไม่ลดทอนคุณภาพ  ฟังสลับไปมาแล้ว หลายครั้งผมก็จำผิดคิดว่าเสียงที่กำลังฟังอยู่เป็นการเปิดผ่านคอมพิวเตอร์  กดปิดแล้วเสียงยังไม่หยุด อ้าว...  ฟังผ่าน Bluetooth อยู่นี่เอง  คือว่า.... เสียงมันไม่ต่างกันเลย



ปุ่มปรับเสียง Bass และ Trebble มีผลช่วยได้บ้าง เพราะ Swans ออกแบบมาให้ปรับได้เพียง +-3dB ซึ่งค่อนข้างน้อย  แต่ก็มีช้อดีคือการปรับแต่เพียงเล็กน้อยจะไม่ทำให้คุณภาพสัญญาณแย่ลงไปมาก  แต่ก็มีข้อเสียคือ สัญญาณเพลงบางเพลงมาค่อนข้างแย่ บางครั้งก็อยากปรับให้เบสเยอะขึ้นสักหน่อย  บางเพลงบิดสุดแล้้วเบสก็ยังน้อยเกินไป  นั่นเป็นเพราะเพลงบันทึกมาแย่จริงๆ  การปรับเสียง Treble + 3 และ Base +3 จะทำให้โทนเสียงโดยรวมน่าฟังขึ้น  ช่วยยกระดับย่านต่ำและย่านเสียงสูงให้มีปริมาณมากขึ้นได้  คิดว่าการปรับโทนเสียงนี้ควรจะได้ใช้งานบ้างตามการจัดวาง  การวางลำโพง M100MKII ไว้บนขาตั้ง วางห่างจากผนัง ทำให้เบสน้อยลงกว่าการวางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว  ทำให้จำเป็นต้องปรับ Bass ช่วย  คิดว่าลำโพงคู่นี้น่าจะสมบูรณ์ที่สุดหากวางบนโต๊ะ

เมื่อเปิดเพลงในนานๆหลายชั่วโมง ความร้อนที่อยู่ด้านหลังเครื่องจะค่อนข้างสูง  แม้ว่าจะไม่สูงจนทำความเสียหาย แต่ก็สูงจนรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะเปิดข้ามคืนได้  มันร้อนมากถึงระดับที่ลูกบิดต่างๆรู้สึกอุ่นมือตามกัน  การใช้งานแบบวางหิ้งจริงๆ คือวางในชั้นวางที่เป็นช่องอาจจะไม่เหมาะสม  เพราะ M100MKII ต้องการพื้นที่ระบายความร้อนที่ดี  หากใช้งานในห้องแอร์ก็คงไม่มีปัญหา  แต่ถ้าจะใช้ในห้องนั่งเล่น ห้องกลางบ้านที่อาจไม่ได้เปิดแอร์ไว้ ก็ควรเลือกวางให้มีพื้นที่ด้านหลังเครื่องเยอะสักหน่อยจะดีกว่า



ฟังไปนานๆแล้วก็มองดูลำโพงอีกทีก็เกิดความอยากรู้ว่าราคามันสักเท่าไหร่  เข้าเน็ตแล้วดูที่เว็บของ hifilover แล้วก็เจอกับราคา 6990 บาท  บอกตรงๆเลยว่าตกใจกับราคาที่ต่ำกว่าที่คิดไว้  ถ้าบอกว่าซื้อลำโพงคอมพิวเตอร์มาเจ็ดพันบาทบางคนอาจจะบ่นว่าแพงไป  แต่ถ้าบอกว่า ซื้อลำโพงฟังเพลงเจ็ดพันบาท มีแอมป์ในตัว เอามาใช้กับคอมพิวเตอร์  มันรับ Bluetooh ได้ด้วย ตอนนี้ต่อสายกับคอมพิวเตอร์อยู่  แต่ก็เปิดฟังจากมือถือได้เลย  แบบนี้จะรู้สึกว่าคุ้มราคา เกินคุ้มไปมาก  เพราะถ้ามองหาในตลาดลำโพงคอมพิวเตอร์ด้วยกัน  จะหาลำโพงระดับ3000-7000ที่ฟังเพลงได้เพราะด้วยก็ต้องถือว่าหายาก ถ้าไม่ใช่ Swans ก็นึกไม่ออกว่าจะแนะนำตัวไหนดี   บางคนอาจจะนึกถึง Microlab pro-1 นั่นก็น่าจะสูสีกัน  แต่เรื่องความคล่องตัว หน้าตาและลูกเล่นอย่าง  Bluetooth ทำให้ Swans น่าสนใจกว่า  ยิ่งถ้าเป็นเรื่องหน้าตา  Swans ต้องยกไปเทียบกับกลุ่มที่มีราคาหลายๆหมื่นถึงจะบอกว่าเป็นนางงามเวทีเดียวกัน แม้ค่าตัวจริงๆจะระดับเทพีงานวัดก็ตาม

หากมองไปกลุ่มลำโพงบ้าน  ถ้าจะหาลำโพงบ้านสักสามพันห้า  อินทิเกรตแอมป์สามพันห้า ไปหาที่ NAD  Marantz Mordaunt Short   KEF  PSB  หรือแม้แต่ของไทยอย่าง Magnet รับรองว่าหาไม่เจอ  แบรนด์เครื่องเสียงกลุ่มนี้แม้จะมีเครื่องเสียงระดับงบน้อยมาขายตลอดปี แต่ก็ยังไม่น้อยระดับเจ็ดพันบาทได้ทั้งลำโพงได้ทั้งแอมป์  ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ลำโพงแบบ Active น่าจะเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงคุณภาพเครื่องเสียงบ้านได้ง่ายขึ้น และบริษัทก็ได้ขายของคุณภาพดีด้วย

ความสะดวกสบายของระบบ Bluetooth ให้ความรู้สึกที่ดีมาก  เดินเข้ามาบ้านก็สั่งให้มือถือเชื่อมต่อกับลำโพงแล้วก็เปิดเพลงฟังได้เลย  ไม่ต้องไปหาสายมาเสียบ  ไม่ต้องไปวางมือถือไว้ข้างๆลำโพงเพราะต้องต่อสายสัญญาณอีกเส้น  และการใช้สายสัญญาณเชื่อมต่ออาจจะทำให้ไม่ประหยัดก็ได้  เดี๋ยวนี้สายสัญญาณคุณภาพดีเข้าแถวดูดเงินนักเล่นกันเป็นว่าเล่น  หากใครบอกว่าจะอัพเกรดสายสัญญาณสักเส้น ไปๆมาๆอาจจะโดนของแพงกว่าค่าตัวลำโพงก็ได้

ข้อดีที่ได้มาโดยไม่คาดคิดก็คือ  เราสามารถไปขุดเอามือถือที่เราเลิกใช้ไปแล้วแต่ยังคงทำงานได้และมีระบบ Bluetooth มาใช้กับลำโพงคู่นี้  ทำให้ไม่ต้องเสียเงินไปกับเครื่องเล่นอีกเครื่องที่จะนำมาใช้งาน  ลองคิดดูว่าห้าปีล่าสุดที่ผ่านมา เราผ่านมือถือที่มีระบบ Bluetooth กันกี่เครื่อง  เครื่องเหล่านี้ถ้าจะขุดมาต่อสายฟังเพลงเราก็จะรู้สึกว่าเปลืองค่าสาย  แต่ถ้าเป็น Bluetooth ก็จะรู้สึกดี ประหยัด ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม

จุดเด่นของ M100MKII ในความเห็นของผู้ทดสอบน่าจะเป็นการฟังกับเพลง MP3 ผ่านระบบ Bluetooth ด้วยเครื่องเล่นอะไรก็ได้ที่รองรับระบบนี้  ซึ่งคุณภาพเสียงที่ได้จาก Bluetooth เมื่อฟังด้วย MP3 ก็ไม่ได้แตกต่างกับการเปิดจากเครื่องเล่นที่ต่อเชื่อมด้วยสายสัญญาณ M100MKII ไม่ได้เหมาะกับคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น  แต่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่อยากเปิดคอมฯ  ชีวิตดิจิทัลกับการฟังเพลงไร้สาย นั่งฟังสบายๆในห้องรับแขกด้วยเครื่องเล่นที่วางไว้ข้างตัว  เพื่อนฝูงแวะมาเยี่ยมเยียน มีเพลงมาแบ่งกันฟังก็เปิดเข้ามาด้วย Bluetooth ได้เลย  ไม่เสียเวลาต่อสายให้ยุ่งยาก

ข้อดี
รองรับระบบ  bluetooth และเชื่อมต่อง่ายมาก
ปรับเสียงทุ้มแหลมเพิ่มเติมได้
กำลังขับสูงเพียงพอสำหรับห้องทำงาน
หน้าตาดี

ข้อด้อย
ใช้สายลำโพงประหลาด หัวแจ๊คหาซื้อยาก
สายลำโพงที่ให้มาสั้นเกินไปถ้าอยากจะวางบนขาตั้งเต็มรูปแบบ
เสียงเบสและเสียงสูงมีน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับลำโพงและแอมป์แยกชิ้น
ไม่มีปุ่มปิดเสียงชั่วคราวหรือ mute

M100MKII เหมาะกับใครบ้าง
คนที่ชอบอุปกรณ์ไอที ชอบไร้สาย อยากฟังเพลงผ่านระบบ Bluetooth
คนที่อยากได้ลำโพงคอมพิวเตอร์คุณภาพดี ใกล้เคียงเครื่องเสียงบ้าน
คนที่มีโต๊ะคอมพิวเตอร์หรือโต๊ะทำงานกว้าง หรือมีชั้นวางที่โล่งๆหน่อย
เหมาะกับร้านค้า ร้านกาแฟที่ต้องการเปิดเพลงตลอดวัน  มีเครื่องเสียงไว้บริการลูกค้า

M100MKII ไม่เหมาะกับใคร
คนที่ต้องการลำโพงบ้านวางหิ้งคุณภาพสูง ชนกับของระดับมิดเอนด์ ไฮเอนด์ได้ เพราะ M100MKII ยังสู้ชุดแยกชิ้นไม่ได้
คนที่จะเอาลำโพงไปวางบนขาตั้งกลางห้องฟัง 

สรุป
ลำโพง active อย่าง M100MKII เป็นลำโพงที่มีคุณภาพสูงเกินลำโพงคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่มักจะเน้นเสียงเบสตูมตามและเสียงแหลมบาดหู  บุคลิกเสียงของ M100MKIIที่เด่นในย่านเสียงกลางเหมาะกับเพลง POP ทั่วไป ยิ่งได้เพลงแนวออดิโอไฟล์มาเปิดยิ่งได้คุณภาพสูงขึ้น  การฟังเพลงไร้สายผ่าน Bluetooth ให้ความสะดวกอย่างมากโดยที่คุณภาพเสียงไม่ได้แย่ลง  หากดูในค่าตัวระดับใกล้เคียงกันแล้วแทบจะไม่มีคู่แข่งมาแย่งตลาดนี้เลย  เสียงย่านต่ำที่น้อยไปบ้าง เสียงสูงที่ไม่ใสปิ๊งทำให้มันยังไปต่อสู้กับเครื่องเสียงบ้านไม่ได้  เพราะดูแค่ค่าตัวก็รู้แล้วว่ายังไงเสีย เครื่องเสียงบ้านแยกชิ้นระดับหลายหมื่นบาทย่อมได้เสียงที่ดีกว่า  แต่ถ้าอยากได้ลำโพงที่ใช้งานง่าย สะดวกและมีคุณภาพเสียงที่ดีเท่าที่เงินหลักพันจะให้ได้ Swans M100MKII ก็เป็นตัวเลือกหัวแถวลำดับที่หนึ่งแน่นอน



หมายเหตุ 
หลังจากที่สงสัยในเรื่องสเป็คคำว่า active cross over 2.4kHz ว่าทำไมต้องใช้ active cross เพราะการแยกความถี่ด้วยวงจรอิเล็คทรอนิกส์มักจะต้องถูกนำไปใช้กับวงจรขยายแบบไบแอมป์  ก็เลยเปิดฝาหลังลำโพงออกมาดู แล้วก็ลองไล่วงจรเท่าที่ไล่ได้  พบว่าตัวขยายสัญญาณเสียงภายในใช้  IC 15 ขา  สำหรับการขยายเสียงลำโพง 1 ตู้ หรือ 2 ดอก   มีการต่อสายลำโพงออกจากหน่วยขยาย 4 เส้น ซึ่งเป็นลักษณะของการเดินสายแบบไบแอมป์  สัญญาณกราวน์ออกจากขา 5และ 10  สัญญาณขาออกขับลำโพง 2 ดอก  ออกจากสองขา คือ ขา 1 และ 3 ซึ่งมันไปตรงกับสเป็คของ IC รุ่นหนึ่งของ National คือรหัส LM1876 ซึ่งเป็น poweramp ชนิด Dual poweramp  สามารถนำมาใช้งานแบบ 2x15 วัตต์ ได้  ตัว IC ลักษณะนี้มีหลายเบอร์ หลายสเป็ค แต่ก็จะมีขาให้ใช้งานในตำแหน่งเหมือนกัน  เบอร์ที่ใช้งานจริงใน M100MKII อาจจะเป็นเบอร์อื่นก็ได้ซึ่งตรงนี้ไม่ยืนยันเรื่องความแม่นยำ  เพราะอาศัยการคาดเดาเท่านั้น





ข้อดีของการออกแบบลำโพงให้เป็นไบแอมป์ก็คือ ช่วยให้ประหยัดต้นทุนการทำ Passive crossover ลงได้เยอะ  เพราะการแบ่งความถี่ที่ถูกขยายมาแล้วต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับกำลังขับได้เยอะ  ก็จะต้องใช้ R และ C ตัวใหญ่ ทำให้ราคาแพง  การเปลี่ยนไปออกแบบเป็น Active ทำให้ใช้อุปกรณ์ตัวเล็ก ค่าน้อยๆได้ ซึ่งจะประหยัดกว่ากันเป็นร้อยเท่า  แถมได้ความแม่นยำยิ่งกว่าการทำ passive เสียอีก เพราะค่าความผิดพลาดของอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆสามารถทำได้ระดับ -+1% ซึ่งไม่มีทางหาได้จากอุปกรณ์ Passive กำลังสูงเลย

สำหรับนัก DIY ลำโพง M100MKII มีความพร้อมสำหรับการดัดแปลงและแก้ไขให้คุณภาพดีขึ้นจากการออกแบบเป็นไบแอมป์ หลายจุดสามารถทำได้เพื่อเพิ่มคุณภาพ  อย่างเช่นการเปลี่น IC ให้มีกำลังขับสูงขึ้น  เพราะถ้าของเดิมใช้ IC รุ่นเล็ก กำลังต่ำ  เราสามารถหา IC ที่ใช้ไฟเลี้ยงและวงจรแบบเดิม แต่ได้กำลังขับสูงขึ้นมาเปลี่ยนได้   อีกจุดที่น่าจะลองก็คือการเปลี่ยนดอกลำโพงไปเป็นรุ่นอื่น  เพราะลำโพงในระบบไบแอมป์ ไม่ใช้ R และ C มาแบ่งความถี่  เราสามารถเอาดอกลำโพงต่อตรงเข้ากับวงจรขยายได้เลย ขอเพียงแค่ดอกที่เลือกมาเปลี่ยนทำงานได้ครอบคลุมย่านความถี่เดิมได้ก็พอแล้ว  และการเปลี่ยนทวีตเตอร์ก็ไม่ค่อยมีผลกับขนาดตัวตู้ลำโพงเท่าใดนัก  ส่วนการเปลี่ยนวูฟเฟอร์นี่อาจจะต้องเปิดสเป็คคำนวณกันละเอียดอีกทีถึงจะโมดิฟายแบบหวังผลได้
 
โดย: วุฒิชัย เจริญบุรี
SHARE:

Related Review & Article