Review & Article > รีวิว : iRiver AK100 Astell & Kern

รีวิว iRiver AK100 Astell & Kern
วันที่ 19 ธันวาคม 2555
โดย วุฒิชัย เจริญบุรี  pockethifi@gmail.com  
pockethifi.wordpress.com


เครื่องเสียงแบบพกพาถูกแนะนำต่อคนทั่วโลกโดยบริษัท Sony ที่ปล่อยเครื่องเล่นเทปขนาดกระทัดรัดออกมาให้ซื้อหากัน  รูปแบบการฟังเพลงแบบนอกบ้านพร้อมด้วยหูฟังแนบไปกับศรีษะเป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว  จนกระทั่งมีการพัฒนาเป็นเครื่องเล่นซีดี และเป็นเครื่องเล่น MD หรือ มินิดิสก์  โซนี่ยังคงเป็นจ้าวตลาดมาตลอดโดยไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งโลกจะเปลี่ยนแรงและรวดเร็ว



ตลาดเครื่องเล่นพกพาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญตอนที่ไฟล์ชนิด MP3 เริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์  เครื่องเล่นเพลงที่ใช้แผ่นซีดีเริ่มมีการปรับตัวให้มีความสามารถอ่านไฟล์  MP3 ให้ได้ด้วย  โซนี่จ้าวตลาดผู้ที่อยู่กับแผ่นซีดี และ มินิดิสก์มาตลอดยังชะลอไม่ปล่อยเครื่องเล่นไฟล์ MP3 ออกมาสักที  ปล่อยให้เครื่องเล่นซีดีจากจีนและประเทศอื่นๆค่อยๆคืบคลานเข้ามา  แล้วก็กลายเป็น iRiver ที่ทำเครื่องเล่นแผ่นซีดีที่สามารถอ่านไฟล์ MP3 ได้ที่สามารถเก็บตลาดส่วนใหญ่ของทั่วโลกไปได้

iRiver เป็นบริษัทในเกาหลี  เริ่มธุรกิจโดยการเป็นผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์  เป็นทีมบริหารที่ออกมาจากซัมซุง  และได้เริ่มมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองออกมาในภายหลัง  เครื่องเล่นซีดีรุ่นแรกๆของ iRiverไปจ้างบริษัทในอเมริกาออกแบบ  แล้วผลิตในจีน แล้วก็ติดยี่ห้ออื่นๆไปขาย  บางรุ่นได้รับความนิยมมาก บางรุ่นเป็นเครื่องเล่นซีดีแบบพกพาที่บางที่สุดในโลก ณ เวลาที่วางขาย   เมื่อนับยอดจำหน่ายรวมกัน  iRiver ก็ถือว่าเป็นจ้าวตลาดสามารถเก็บตลาดเครื่องเล่นซีดีเพลงและ MP3ส่วนใหญ่เอาไว้ได้  นั่นคือเรื่องราวของปี คศ.2000 และหลังจากนั้นก็เริ่มพัฒนาไปสู่เครื่องเล่นที่ใช้หน่วยความจำแทนแผ่นซีดี  ซึ่งเข้าสู่ยุคการเล่นไฟล์ MP3 อย่างจริงจัง  เครื่องเล่นพกพามีขนาดเล็กลง  จนกระทั่งเกิด iPod ขึ้นมา  ตลาดเครื่องเล่นเพลงก็ค่อยๆเปลี่ยนมือ


iPod ของ appleแย่งตลาดไปจาก iRiver ได้อย่างไม่ยากเย็น apple นอกจากจะขายเครื่องเล่นเพลงแล้ว ยังขายเพลงได้อีกด้วย จนในที่สุดตลาดเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็เป็นของ apple ปล่อยให้เครื่องเล่น mp3 ยี่ห้ออื่นๆซบเซา ทำราคาแรงๆก็ขายไม่ได้  ทำราคาถูกๆก็คุณภาพต่ำ  ซึ่งยังโชคดีที่ iRiver ยังมีลมหายใจอยู่  มียอดขายและกลุ่มผู้ใช้อยู่ระดับหนึ่งที่ยังหล่อเลี้ยงบริษัทไว้ได้ 

โชคดีอีกอย่างก็คือ  มีไฟล์เพลงรูปแบบอื่นๆที่ไม่ใช่ MP3ค่อยๆเกิดขึ้นมาทีละชนิด ตั้งแต่ wma, ogg, wav 24bit จนถึง flac ที่ค่อยๆได้รับความนิยมมากขึ้น  ไฟล์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ iPod มองข้าม  คนที่อยากจะขายเครื่องเล่นแข่งกับ iPod เลยหันมาเพิ่มความสามารถในการเล่นไฟล์ทางเลือกเหล่านี้ ปล่อยให้ iPod หลับไหลอยู่กับความสำเร็จของ Mp3 ต่อไป  นอกจากจะเพิ่มความสามารถในการอ่านไฟล์เพลงชนิดอื่นที่ apple ไม่รองรับแล้ว  ยังคงมีการเพิ่มฟังค์ชั่นความสามารถมากมายให้กับเครื่องเล่นพกพา  นั่นจึงเป็นที่มาของเครื่องเล่นเพลงระดับไฮเอนด์ตัวที่จะทดสอบในครั้งนี้อย่าง iRiver Astell & Kern รุ่น AK100 ตัวนี้



เมื่อพิจารณาดูให้ละเอียด  จะเห็นว่า AK100 ถูกพัฒนาออกมาโดยการเน้นวิธีตีซ้ำลงไปที่จุดด้อยของ iPod ในหลายๆประเด็น  ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนอาจจะคิดไปเอง  ผู้ออกแบบอาจจะคิดจริงๆ หรือไม่ได้คิดก็ได้  อย่างเช่น iPod เพิ่มความจุภายหลังไม่ได้  AK100 เลยทำให้ใส่หน่วยความจำเพิ่มได้  แถมยังเพิ่มได้ถึงสองแผ่นเสียด้วยไม่ใช่แค่แผ่นเดียวแบบสมาร์ทโฟน หรือแท็บเบล็ตทั่วไป  iPod ไม่มีช่อง Digital out แต่ AK100 ให้ช่อง Digital out แบบ opticalมาให้ แถมทำบิตเรตได้สูงเกินมาตรฐานอย่าง 16bit 44.1k อีกต่างหาก  iPod รับ input ไม่ได้  แต่ AK100 รับ  Digital in ได้  ซึ่งทำให้ใช้งานเป็น Dac โดยตรงได้เลย   iPod ต้องก๊อปปี้เพลงเข้าเครื่องผ่านโปรแกรมเฉพาะเท่านั้น แต่ AK100 ลากไฟล์ลงไปตรงๆได้เลย  iPod เล่นไฟล์เพลงได้ระดับ 16bit 44.1K เท่านั้น ส่วน AK100 เล่นได้ถึง 24bit 192K  iPod เลือกใช้ชิพแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกหรือ Dac  เป็นรุ่นเล็กๆ เน้นประหยัดงบและประหยัดพลังงาน  แต่ AK100 ใช้ชิพเสียงเกรดสูง เกือบจะเป็นตัวท๊อปมาใช้  สิ่งต่างๆเหล่านี้พอจะทำให้เราสนใจ และคาดหวังว่าจะได้คุณภาพที่ดีกว่าจ้าวตลาด

ข้อมูลทั่วไปของ  AK100



AK100 เป็นเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาที่ใช้หน้าจอแบบสัมผัสเพื่อควบคุมสั่งการ   ตัวถังเป็นอลูมิเนียมสีดำขัดลายสวยงามมาก และทำงานร่วมกับปุ่มกดจำนวนหนึ่งและปุ่มหมุนเพื่อปรับระดับเสียง  ให้หน่วยความจำภายในเครื่อง 32 Gb และสามารถเพิ่มหน่วยความจำแบบ  Micro SD card ได้อีกสองแผ่น โดยรองรับความจุได้แผ่นละ 32 Gb เมื่อรวมกับหน่วยความจำภายในก็จะมีความจุรวมสูงถึง 96 Gb  แต่ก็มีหลายคนที่ยืนยันว่า  AK100 สามารถใส่หน่วยความจำแผ่นละ 64 Gb ได้ ทำให้สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้อีก 128Gb (2x64)



ตัวเครื่อง AK100  รองรับความละเอียดไฟล์ถึงระดับ 24bit 192K โดยที่สามารถอ่านไฟล์ FLAC  Ape Mp3 Wma และ ogg ได้  ภายในใช้ชิพแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอนาลอกของ Wolfson รุ่น  wm8740  ภาคขยายสามารถให้กำลังขับขาออกได้สูงถึง 1.5 Vrms  สามารถรับและส่งออกสัญญาณดิจิทัลได้ผ่านช่องทาง  optical in/out   หน้าจอสัมผัสขนาด2.4 นิ้ว ชนิดIPS   รองรับการฟังเพลงไร้สายผ่าน Bluetooth 3.0 พร้อมความสามารถ A2DP แบตเตอรี่ที่ให้ติดเครื่องมาสามารถนำมาฟังเพลงระดับ 24/196 ได้นานถึง 7 ชั่วโมง  และถ้าฟังเพลง Mp3 จะได้นานถึง 20 ชั่วโมง



AK100 บรรจุอยู่ในกล่องที่กระทัดรัด เรียบหรูมาก  ภายในกล่องมีเครื่องเล่น คู่มือจำนวนหนึ่ง มีแผ่นกันรอยให้สองแผ่น  มีสาย micro usb 1 เส้น มีซองผ้า 1 ชิ้น มีสมุดอัลบั้มเพลงแถมให้ 1 เล่มเล็กๆ  มีแผ่นหน่วยความจำ  micro sd ความจุ 2 Gb ให้ 1 แผ่น มีเพลงตัวอย่างให้ 5 เพลง ซึ่งทั้งหมดเป็นเพลงระดับ 24bit 176K ขึ้นไป บางเพลงก็ 192K





ดูที่ด้านบนตัวเครื่องก่อน  ประกอบด้วยปุ่มกด 1 ปุ่มเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง ต้องกดค้างเพื่อเปิด  และกดค้างเพื่อปิด และใช้เป็นปุ่มดับหน้าจอไปด้วยในตัว  ช่องต่อสายสัญญาณตรงกลางเป็นช่องรับสัญญาณ Digital in  ส่วนช่องด้านขวาสุดเป็นช่องสัญญาณขาออกแบบลูกผสม คือเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.  และเป็นช่อง Digital out ด้วยในตัว



ด้านขวาของตัวเครื่องเป็นปุ่มหมุนเพื่อปรับระดับเสียง  เป็นลักษณะการหมุนแบบเป็นคลิกไปเรื่อยๆ  อยากให้เสียงดังก็หมุนไปเรื่อยๆ  ไม่มีสุด  แต่ระดับเสียงที่ปรับได้จะมี 75 หน่วย  ปรับละเอียดได้ทีละ 0.5 หน่วย  การฟังกับหูฟังปกติทั่วไปเปิดเสียงประมาณ 50-55 หน่วย ก็ดังกำลังดี




ด้านซ้ายตัวเครื่องมีปุ่มกด 3 ปุ่ม  ปุ่มบนคือย้อนเพลง  ปุ่มกลางคือปุ่มเล่นและหยุดเล่น  ปุ่มล่างคือข้ามเพลง  ส่วนด้านล่างฝั่งขวาของตัวเครื่องจะเป็นช่องใส่แผ่นเมมโมรี่หรือหน่วยความจำ  มีบานเลื่อนแบบสไลด์ทำหน้าที่เปิดปิดช่องเพื่อกันฝุ่น  แผ่นเมมโมรี่ที่ใช้ได้คือ Micro SD ความจุตามสเป็คระบุไว้ไม่เกิน 32Gb  ใส่และถอดได้แบบ Hot swap เลย คือไม่ต้องรอปิดเครื่อง  ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นช่องเสียบสาย micro usb ใช้ทำหน้าที่ถ่ายโอนช้อมูลและชาร์จไฟเข้าเครื่อง  การชาร์จไฟใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงเพื่อให้เต็ม  และเล่นกลับได้ประมาณ 7-20 ชั่วโมงแล้วแต่ไฟล์เพลงและขนาดหูฟังที่ใช้



เมื่อเสียบ AK100 กับคอมพิวเตอร์ จะมองเห็น AK100 เป็น external drive   ถ้าเราใส่แผ่นหน่วยความจำไว้ทั้งสองสล๊อต  คอมพิวเตอร์จะมองเห็นไดร์ฟรวมกัน 3 ไดร์ฟเลย  คือ  ไดร์ฟชื่อ AK100 ซึ่งเป็นหน่วยความจำภายในเครื่อง 32 Gb และไดร์ฟที่เป็นชื่อเดียวกับแผ่นเมมโมรี่ที่เราตั้งชื่อไว้อีกสองแผ่น  การก๊อปปี้ไฟล์เพลงลงไปในแผ่นและในหน่วยความจำภายในเครื่องก็ทำแบบลากมาปล่อยได้ทันที  ระหว่างการใช้งาน ถ้าบังเอิญทำเครื่องแฮงค์ แล้วปิดเครื่องไม่ได้ ต้องกดปุ่มสองปุ่มพร้อมกันค้างไว้  โดยเป็นปุ่ม เพาเวอร์ด้านบน กับ ปุ่มย้อนเพลง ด้านซ้าย  เมื่อกดค้างสักพักเครื่องจะดับเองแล้วบู๊ทขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  เมื่อไม่ได้ใช้งานเครื่องนานๆ เครื่องจะดับไปเองแบบ Shutdown เลย ไม่ใช่แค่ standby เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่เครื่องจะบู๊ทจากเมนูแรกสุด มีแถบสถานะการบู๊ทเครื่องแสดงให้ดูด้วย

ข้อมูลทางไฟฟ้า
Dac  - wm8740
สัญญาณขาออก – 1.5Vrms
การแยกช่องซ้ายขวา >120 dB
ความเพี้ยน THD  <0.0009%  ที่ 1kHz
อัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน หรือ  S/N Ratio 110 dB
การตอบสนองความถี่ 10Hz-20kHz
ค่า Jitter  90ps
อิมพีแดนซ์ขาออก  20 โอห์ม
ขนาด 59.2x79x14.4mm

ทดลองฟัง
เมื่อได้เครื่องมาก็จัดการเปิดเพลงทดสอบคร่าวๆ  แล้วก็ไปขุดเอาแผ่นเมมโมรี่ที่เคยอยู่ในโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่ามาลองใส่ดู  เมื่อใส่เมมโมรี่แผ่นใหม่เข้าไปตัวเครื่องจะสแกนเพลงอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ใช้งานได้  เราสามารถถอดใส่แผ่นเมมโมรี่ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง    ลองฟังผ่านหูฟังแล้วไม่มีปัญหา  เสียงออก เสียงดังฟังชัด  ลองเอาไปต่อสาย mini to RCA เพื่อต่อเข้ากับแอมป์บ้าน ฟังผ่านลำโพงบ้าน เสียงดังฟังชัดดี  ลองต่อสาย digital out จากช่องหูฟัง ไปเข้า Dac ภายนอก ก็ใช้งานได้  ลองต่อสายจากคอมพิวเตอร์ optical out จาก  mac mini มาเข้าทางช่อง digital in แล้วเอาหูฟังเสียบฟังผ่าน AK100 ก็ได้ยินเสียงครบถ้วน  สรุปเบื้องต้นคือทุกฟังค์ชั่นใช้งานได้ ที่เหลือคือรอเวลาเบิร์นสักหลายๆวันเพื่อทดสอบในแง่คุณภาพเสียง



การต่อสายดิจิทัลกับเครื่องเล่น AK100 ต้องใช้สาย  optical เท่านั้น  และต้องอาศัยหัวแปลงจากช่อง 3.5 แบบกลมไปเป็นช่องสี่เหลี่ยมปกติ  สาย opticalที่ออกแบบมาเฉพาะ เป็นขั้ว 3.5มม.เพื่อใช้งานกับเครื่องเล่นลักษณะนี้อาจจะหายาก  หาอแด๊ปเตอร์แปลงเพื่อใช้กับสาย optical ปกติจะง่ายกว่า

หน้าจอสัมผัสเพื่อสั่งการให้ความไวปานกลาง ไม่ได้รวดเร็วปานฟ้าแลบแบบไอโฟนหรือมือถือแอนดรอยรุ่นท๊อปๆทั้งหลาย  เมนูต่างๆวางลำดับไว้เข้าใจได้ง่าย  คนที่เล่นอุปกรณ์ลักษณะนี้มาสักระยะหนึ่งคงจะพอใช้งานได้ครบโดยไม่ต้องเปิดคู่มือ  สิ่งที่ชอบที่สุดในแง่ของการสั่งการก็คือ สามปุ่มด้านซ้ายของตัวเครื่อง  สามปุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นปุ่มย้อนกลับ เล่นหรือหยุด และข้ามเพลง  การกดสั่งการผ่านปุ่มโดยตรงแบบนี้ให้ความรู้สึกที่ดีและมั่นใจกว่า และใช้งานได้ง่ายกว่าการสั่งการผ่านหน้าจอสัมผัส  หลายครั้งที่นักเล่นเอาเครื่องเสียงพกพาแบบนี้ไปใช้ในรถยนต์ ต่อสายสัญญาณจากช่องหูฟังไปเข้าฟร้อนต์ในรถ  แล้วก็เปิดเพลงฟัง  ถ้าอยากหยุดเพลงก็เอามือไปคลำตัวเครื่องแล้วกดปุ่มกลางของด้านซ้าย  แบบนี้ไม่มีพลาด  เพราะที่ผ่านมาจากการที่เคยเอา ipod touch ไปใช้ในรถพบว่าการสั่งการผ่านหน้าจอสัมผัสตอนขับรถเป็นเรื่องเฉียดตายจริงๆ  สามารถนำพาไปสู่อุบัติเหตุได้เลย  เพราะต้องละสายตามาสั่งการหน้าจอ  แล้วก็เล็งว่าจะต้องแตะตรงส่วนไหนของหน้าจอ กว่าจะได้คำสั่งที่ต้องการ รถก็เกือบจะชนคันหน้าเสียแล้ว

มาฟังคุณภาพเสียงกันบ้าง  ลองใช้กับหูฟัง Creative aurvana live    จุดเด่นของ AK100 คือเป็นเครื่องเล่นระดับไฮเอนด์ เล่นไฟล์ไฮเรสได้  ของแถมที่ได้มากับตัวเครื่องมีเพลงตัวอย่าง 5 เพลง  แค่เปิดเพลงแรกก็ทำให้นักเล่นควักเงินจ่ายแล้ว spanish halem ของ Rebecca Pedgeon คุณภาพไฟล์ระดับ 24bit 176K เสียงร้องนุ่มละมุน จะเรียกว่าเป็นบุคลิกเสียงที่ไม่เคยได้ยินจากเครื่องเล่นอื่นๆก็ว่าได้  เสียงร้องที่อิ่ม ใหญ่ ชัด และไม่สาก  เหมือนเรากำลังดูภาพวาดมากกว่าจะดูภาพดิจิทัลจากจอคอมพิวเตอร์  ความโปร่งใสที่โล่ง เวทีเสียงกว้าง ความพริ้วต่างๆมันให้น้ำเสียงที่ฟังสบายหู  ชิ้นดนตรี ช่องไฟวางกันห่างๆ  เดาไม่ถูกเลยว่าเป็นเพราะบุคลิกของ WM8740 หรือภาค Headphone amp กันแน่  รู้แค่ว่ามันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวจริงๆ

เอาเพลงที่มีอยู่มาลองเปิดบ้างดีกว่า  ไฟล์เพลงที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ Rip ไว้เป็นชนิด M4a จะยังเปิดใน AK100  ในเฟิร์มแวร์ 1.12 ตัวนี้ไม่ได้  ต้องรอให้ผู้ผลิตได้อัพเกรดเฟิร์มแวร์เสียก่อน การทดสอบกับเพลงที่คุ้นเคยเลยมีทางเลือกแค่ mp3 และ wav เท่านั้น  ผมไม่มีไฟล์ Flac อยู่กับตัว เลยทดสอบด้วย wav เป็นหลัก  เมื่อเลือกชนิดไฟล์ที่จะใช้ได้ทดสอบได้แล้วก็จัดการ Rip ใหม่อีกรอบหนึ่ง

ไฟล์ wav ที่ฟังผ่าน AK100 ให้คุณภาพที่ดีตามคาด  น้ำเสียงฟังสบาย เสียงร้องชัดเจน ไม่มีอาการขอบคมเสียงแข็งหลงมาเลยแม้แต่นิดเดียว  เสียงในย่านต่ำดูจะอิ่มแน่นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับการฟังผ่านคอมพิวเตอร์ปกติ   ฟังเสียงอคูสติกกีต้าร์ผ่านหูฟังแล้วรู้สึกถูกใจมาก  โดยเฉพาะการสะบัดปิ๊กกีต้าร์สับคอร์ดแบบแน่นๆและแม่นยำของมือกีต้าร์  ทดลองเอาไฟล์ wav โหลดเข้าไปใน iPod shuffle Gen1 แล้วฟังเปรียบเทียบกัน เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมชอบคุณภาพเสียงจาก Shuffle ตัวแรกเป็นอย่างมาก  ถ้ามีเครื่องเล่นเพลงตัวไหนที่ให้เสียงได้ดีกว่า shuffle จะถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นที่สุด  เพราะ Shuffle มันอัตคัตเรื่องหน่วยความจำเหลือเกิน  แถมยังเล่นไฟล์ M4a แบบ Lossless ไม่ได้อีกต่างหาก   การใช้งาน Shuffle gen1 ของผมเลยทำได้แค่ไม่กี่เพลงก็เต็มความจุ 512Mbแล้ว  เสียง wav จากเครื่องเล่น AK100 ให้คุณภาพได้ดีไม่แพ้ Shuffle gen1 ออกจะดีกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำไป ยิ่งฟังไปนานๆยิ่งรู้สึกว่าดีกว่า  คนที่ยังหลงใหลกับ Shuffle ก็ขอให้ดีใจได้เลยว่ามีเครื่องเล่นที่สามารถทดแทนตัวมันได้แล้ว แม้ว่าราคาจะแพงกว่ากันเป็นสิบเท่า  แต่มันก็มีให้ซื้อแล้ว  ไม่จำเป็นต้องไปรอช้อนซื้อ shuffleมือสองสภาพไม่ค่อยสวยมาใช้อีกต่อไป

นำ AK100 ไปต่อเข้ากับแอมป์บ้านโดยใช้สาย mini to RCA ฟังผ่านแอม์หลอดซิงเกิ้ลเอนด์ และลำโพง คู่ใหญ่อย่าง alesis  monitor2   น้ำเสียงที่ได้ยินมันเต็มไปด้วยความหวาน ใส อิ่ม มันรู้สึกเสียงฟังสนุกและอยากให้เพลงเล่นไปเรื่อยๆไม่อยากให้จบลง  ที่ประทับใจมากและจำได้แม่นเลยก็ตอนที่ฟังอัลบั้มของ Snow rose  ซึ่งเป็นเพลงร้องที่ร้องโดยนักร้องผู้หญิง คู่กับกีต้าร์เพียงตัวเดียว  แผ่นนี้วางขายครั้งแรกในช่วงประมาณปี คศ 2000 ผมกับเพื่อนหุ้นกันซื้อแล้วทำก็อปปี้เอาไว้ฟังคนละแผ่น  ตัวแผ่นมาสเตอร์ของผมหายไปแล้ว เหลือเพียงแต่ไฟล์ Mp3 ที่เคยทำเอาไว้เมื่อปี คศ 2000  และทุกวันนี้ยังฟังเพลงจากอัลบั้มนี้อยู่บ่อยๆ  เมื่อเปิดผ่านชุดเครื่องเสียงบ้าน AK100  ให้มิติของเพลงนี้ได้ลึกดีมาก  เป็นครั้งแรกที่ได้ฟังแล้วรู้สึกว่า อยากวัดระยะห่างระหว่างเสียงร้องกับกีต้าร์เลย  เพราะเสียงของนักร้อง กับกีต้าร์มันอยู่คนระยะกัน  ฟังเพลงนี้มาเป็นสิบปีไม่เคยสนใจเรื่องระยะห่าง  จนวันที่ฟังผ่าน AK100 นี่แหละที่ตื่นเต้นกับเสียงที่ได้ยิน  ถ้าให้ระนาบลำโพงเป็นระยะเริ่มต้น เสียงนักร้องจะอยู่ลึกเข้าไปประมาณสองก้าว  และเสียงกีต้าร์ที่เล่นอยู่จะอยู่ลึกไปเป็นก้าวที่สี่  นี่คือภาพโดยประมาณที่ AK100 สร้างไว้ให้



พอได้รับรู้ว่า AK100 ให้ความลึกที่โดดเด่น ระยะของชิ้นดนตรีวางห่างกันอย่างเหลือเฟือเท่านั้นแหละ  แผ่นซีดีอีกสิบแผ่นโดน  Rip เป็น Wav แล้วส่งเข้าไปเล่นใน AK100 ทันที   ตำแหน่งที่มั่นคง  ความใสระดับสุดยอด ให้อรรถรสการฟังที่น่าตื่นเต้นจริงๆ  ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคุณภาพเสียงระดับนี้จากเครื่องเล่นพกพาเลย  เพราะบุคลิกเสียงแบบนี้มักจะมาจากคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกับ Dac คุณภาพดีสักตัวหนึ่ง  แต่คราวนี้ไม่ต้องแล้ว AK100  ตัวเดียวอยู่เลย

มีช่วงเวลาอยู่หลายวันที่ได้เล่น AK100 กับ Dac คุณภาพดีอย่าง Compass2  ใช้  AK100 ต่อสาย optical ไปเข้า Compass2 แล้วเอาสัญญาณอนาลอกจาก Compass2ไปเข้าแอมป์หลอด  น้ำเสียงที่ใช้ Compass2 เป็นตัวแปลงนั้นให้เสียงที่โปร่งใส  แต่ถ้าฟังแบบต่อตรงเอาอนาลอกจาก AK100 ไปเข้าแอมป์เลย จะให้เสียงที่อิ่มกว่า  ความโปร่งใสคล้ายๆกัน แต่ AK100 อิ่มกว่า  คาดว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพการส่งสัญญาณทางสาย optical เสียมากกว่าที่ทำให้การต่อ Dac ภายนอกไม่ดีไปกว่า AK100 เล่นเองโดยตรง  แต่..แต่... แต่...  การใช้ AK100 เป็นทรานสปอร์ต ยังคงให้เสียงที่ดีกว่าใช้ mac mini เป็นทรานสปอร์ตเมื่อเล่นด้วยสาย optical  นั่นหมายความว่า คุณภาพ Digital out ของ AK100 น่าจะสูงกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปหากวัดกันด้วย optical

สัญญาณ Digital out จาก AK100 ซึ่งเป็นชนิด optical นั้น สามารถส่งสัญญาณระดับ 24bit 96K ออกไปยัง Compass2 ได้ และได้เพลงที่ฟังรื่นหูมาก  ลองเอาเพลงระดับ 24bit 176K ส่งออกไปบ้าง  คราวนี้ Compass2 รับสัญญาณได้ มีเสียงเพลงให้ได้ยิน แต่ก็มีเสียงรบกวนฟืดฟาด แทรกอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งผมเองก็เดาไม่ออกว่ามันเป็นข้อจำกัดของระบบ optical หรือ ข้อจำกัดของสาย optical หรือข้อจำกัดของอแด๊ปเตอร์แปลง 3.5mm to optical  เพราะทางสเป็คของ  Compass2 เองก็มีระบุไว้ว่าภาครับ optical ของมันรับได้สูงถึง 24bit 192K  แต่ก็ไม่รู้จะหาวิธีทดสอบได้อย่างไรว่า AK100 ส่งสัญญาณดิจิทัลได้สูงสุดเท่าใด  เพราะการระบุว่าเล่น 24bit 192k ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะส่งสัญญาณระดับนั้นออกทาง Digital out ได้

ลองฟังเพลงผ่านระบบ Bluetooth บ้าง  ลองกับหูฟังของ Sony  รุ่น mw600 ไฟล์เพลง Mp3 เล่นผ่าน Bluetooth ได้ปกติ ลองกับไฟล์  wav 16bit 44.1K ยังทำงานได้ แต่ถ้า sampling rate สูงกว่านี้จะไม่ได้ยินเสียงแล้ว และบางครั้งอาจจะทำให้ AK100 แฮงค์ได้เลย  ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงของ Bluetooth นั้นจะทำได้ไม่ดีเท่าการฟังแบบต่อสาย

แนวเสียงโดยรวมของ AK100 เมื่อเล่นไฟล์ประเภทต่างๆแล้วน่าจะบอกได้เลยว่าเป็นแนวเสียงที่อิ่มหวานเป็นหลัก  เสียงย่านเบส ย่านความถี่ต่ำทั้งหลายจะฟังแล้วมีความอิ่ม มีพลัง มีปริมาณที่มากอย่างรู้สึกได้  แต่ไม่ได้เป็นลักษณะของเสียงซุปเปอร์เบสที่เน้นยกบางความถี่ให้ดังเกินตัว  AK100 ตอบสนองย่านเสียงต่ำไล่ขึ้นมาถึงกลางได้อย่างต่อเนื่อง  หากได้ฟังเสียงโซโล่กลองพร้อมกันเสียงเบส บอกได้คำเดียวว่ามันและแน่น  ยิ่งบางเพลงเล่นนุ่มๆ เสียงเคาะหนังกลองมันฟังได้ไพเราะสุดๆ  เสียงเคาะหนังกลองนี้ไม่ใช่อาการตี หรือ ฟาด ลงไป ไม่ใช่การเคาะขอบสแนร์  แต่เป็นการเอาไม้เคาะลงไปบนหนังกลองสแนร์จริงๆ เจอได้บ่อยในเพลงแจ๊สที่เล่นนุ่มๆ หรือเพลงอคูสติกต่างๆ เสียงมันจะเบาๆ แต่ไวและมีแรงประทะหรือการกระแทกที่ชัดเจนสุดๆ

ย้อนกลับไปลองฟังเพลงอัลเทอเนทีฟของช่วงทศวรรษที่ 90  เพลงของฝรั่งหลายๆวงให้น้ำเสียงที่มีเสน่ห์มากๆ  Oasis, Foo Fighter ให้เสียงกลองและเบสได้โดดเด่น  เมโลดี้เพลงร๊อคเพราะๆ พร้อมจังหวะกลองและเบสที่เดินคุมจังหวะไว้อย่างแน่น  เสียงกีต้าร์ใส่โอเวอร์ไดร์ฟให้ฟังแตกนิดๆ เล่นด้วยแพทเทิ่ลคอร์ดเพราะๆ   ทำให้เพลงยุคนี้ฟังเพราะ ฟังขึ้นกับ AK100 อย่างมาก  แม้จะเป็นเพียงไฟล์ Mp3 กับบิตเรทเพียง 128K ก็ยังเพราะและอลังการได้

ฟังเพลงของ  Metalica ชุด Metalica (ปกสีดำ)  ต่อ AK100 ตรงเข้าแอมป์หลอด เพลงร๊อคระดับนี้ AK100 ถ่ายทอดได้อย่างสนุกและมันส์มาก  เสียงกีต้าร์ที่ดุดันแตกซ่านมี texture หรือเนื้อเสียงที่หนา  บางเพลงที่เล่นด้วยกีต้าร์คลาสิคในต้นเพลง ให้ความอิ่มหวานและใส วางตัวอยู่แถวหน้าในเวทีเสียงอย่างชัดเจน  เสียงกลองอยู่ด้านหลังสุด เบส เดินอยู่ในระดับตื้นกว่าเล็กน้อย  เสียงร้องอยู่ระดับกลางของความลึกทั้งเวที  ทุกตำแหน่งชัด และตรึงอยู่แบบไม่ต้องเพ่ง ไม่ต้องมองหาเลย  มันฟอร์มตัวเป็นวงให้เราแทบจะมองเห็นเป็นหนังสามมิติอย่างนั้นเลย

คิดว่า AK100 เหมาะกับมาสเตอร์อนาลอกที่เอามาทำเป็นดิจิทัล  เพราะเท่าที่ฟังกับเพลงหลายๆแบบ  เพลงในช่วงปีเก่าๆที่ยังไม่ได้ใช้ดิจิทัลเก็บเป็นมาสเตอร์นั้นได้คุณภาพเสียงที่เบสแน่นและอิ่มอย่างรู้สึกได้   น้ำเสียงไม่ได้คมกริบจนสร้างความล้าหูในที่สุด แต่เป็นเสียงที่ให้อารมณ์อนาลอกได้ดี  แต่กับเพลงรุ่นใหม่ๆที่บันทึกเป็นระบบไฮเรสแล้ว อย่าง 24/96 หรือ 24/192 อย่างไรเสียก็คงต้องใช้งานผ่าน AK100 เท่านั้น เพราะในปัจจุบันมีเครื่องเล่นที่เล่นไฟล์ระดับไฮเรสได้เพียงสองตัว คือ AK100 ตัวนี้ กับ iBasso DX100 เท่านั้น ซึ่งความแตกต่างของสองตัวนี้คือ DX100 ใช้ชิพแปลงสัญญาณ ES9018 ที่มีจุดเด่นคนละแนวกับ Wm8740  ผู้เขียนยังไม่เคยได้ลองฟัง DX100 จึงไม่สามารถจะเปรียบเทียบเรื่องเสียงได้

มีการตั้งข้อสังเกตุในเรื่องของสเป็คอิมพีแดนซ์ขาออกของ AK100 ว่ามีค่าสูงถึง 20 โอห์ม บางเว็บคุยว่า 22 โอห์ม  ซึ่งเป็นค่าที่สูงเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องเล่นอื่นๆ  สิ่งที่ควรจะเป็นของแอมป์สักตัวหนึ่งควรจะมีอิมพีแดนซ์ขาออกที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้  ซึ่งมันก็จริงตามหลักการ  แต่เหนือจากหลักการดังกล่าวแล้วยังมีประเด็นอื่นๆที่ควรจะรับเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาด้วย นั่นคือ  อิมพีแดนซ์ขาออกสำคัญในด้านประสิทธิภาพ การทำงานที่วัดค่าด้วยเครื่องมือวัด  และมีผลโดยตรงในเรื่องของกำลังขับที่จะส่งต่อไปยังหูฟัง แต่ไม่ได้บ่งบอกถึงบุคลิกของเสียง  ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าจะต้องเสียงดีหรือไม่ดี  ปัจจัยเรื่องเสียงดีหรือไม่ดีไม่ได้วัดกันแค่อิมพีแดนซ์เท่านั้น  ต้องดูวงจรอื่นๆประกอบ ถ้าแกะออกมาดูไม่ได้ก็ต้องฟังเสียงแต่เพียงอย่างเดียว  ในอีกมุมหนึ่ง  ผู้เขียนกลับรู้สึกว่า AK100 เป็นเครื่องเล่นที่ให้ Line out แบบ Hi-current มากกว่า คือเป็น Line out ที่จ่ายกระแสได้มากพอจนเอาไปขับหูฟังได้ตรงๆ

ในเว็บฝรั่งบางแห่งมีการพูดคุยเรื่องการ  bypass ตัวต้านทาน 22 โอห์มเพื่อให้อิมพีแดนซ์ลดลง  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆก็แสดงว่า โดยต้นทางแล้ว สัญญาณจาก Headphoneamp ภายใน AK100  น่าจะเป็นวงจรขยายที่สามารถทำอิมพีแดนซ์ให้ต่ำได้ แต่มีการใส่ตัวต้านทานเพิ่มเข้าไปเพื่อเจตนาบางอย่าง ซึ่งคนฟังหรือนักเล่นทั่วไปก็คงนึกเหตุผลตามไม่ทัน  แต่ผู้เขียนเองเชื่อว่าผู้ออกแบบ AK100 ไม่น่าจะพลาดในประเด็นอิมพีแดนซ์ขาออก  สิ่งที่ AK100 เป็นน่าจะเป็นสิ่งที่ออกแบบไว้  และน่าจะมีความเหมาะสมแก่เหตุผลอยู่

ความรู้เกี่ยวกับคุณภาพเสียงจากไฟล์ดิจิทัลในปัจจุบัน เราเชื่อกันว่า Jitter ทำให้ดิจิทัลเสียงไม่เหมือนกัน  เครื่อง Aเสียงดีกว่าเครื่อง B เป็นเพราะ Jitter ของเครื่อง A ต่ำกว่าเครื่อง B   มันเป็นเหตุผลเดียวในปัจจุบันที่เราพยายามอธิบายได้  การเล่นไฟล์ดิจิทัลมี Jitter ตลอดทาง ทุกจุดที่สัญญาณดิจิทัลวิ่งผ่าน ทุกจุดที่มีลายปริ๊นท์ของแผ่นวงจรพิมพ์ ทุกจุดที่ต้องบัดกรี เป็นจุดที่ทำให้เกิด Jitter ได้ทั้งสิ้น jitter คือความเพี้ยนทางเวลา อาการดีเลย์ที่ไม่คงที่เราเรียกว่า jitter  สิ่งที่ทำให้เกิด jitter ปัจจัยหนึ่งคือปรากฏการณ์ Bouncing effect ของสัญญาณไฟฟ้าที่มีความถี่สูง  บางคนอาจเรียกว่า resonance ภายในสาย  จริงๆไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่สายเท่านั้น  แต่เกิดขึ้นกับทุกตัวนำสัญญาณที่เป็นทางผ่านของสัญญาณไฟฟ้าที่มีความถี่สูง   เครื่องเล่นซีดีทรานสปอร์ต  อ่านแผ่นออกมาเป็นข้อมูลดิจิทัล PCM หรืออ่านไฟล์เป็น wav  เอาข้อมูลมาเรียงเป็นอนุกรม เอาสัญญาณไปบัฟเฟอร์ ส่งไปยังแจ๊คที่ตัวถังเครื่อง วิ่งผ่านสายสัญญาณ วิ่งเข้าแจ๊คบนตัวถัง Dac  แล้ววิ่งเข้าแผ่นปริ๊นท์ วิ่งต่อไปยังชิพภาครับเพื่อเรียงสัญญาณอนุกรมให้เป็นมัลติบิท  16 หรือ 24 บิทก็ตาม  แล้วก็ส่งไปยัง Dac เพื่อถอดรหัส  กว่าสัญญาณจะกลายเป็นอนาลอก มันวิ่งผ่านตัวนำและจุดบัดกรี และชิพต่างๆ ประมาณ 8 จุด หรือ 8 ขั้นตอน แค่นี้ก็ทำให้เกิด Jitter 8 ครั้ง   แต่ถ้าเราหันมาใช้เครื่องเล่นไฟล์ที่ให้คุณภาพสูง  เราจะลดขั้นตอนได้อาจจะเหลือแค่ 1 ครั้ง คือ อ่านไฟล์เป็น wavมัลติบิทแล้วส่งข้อมูลเข้า DAC ไปเลย   แบบหลังนี้ สัญญาณเดินทาง 1 ขั้นตอน เกิด jitter 1 ครั้ง แบบนี้ บริสุทธิ์นิยมเรียกพี่เลยครับ   AK100 เป็นเครื่องเล่นที่กำเนิด jitter ในระบบได้ต่ำที่สุดเท่าที่การออกแบบจะช่วยได้  ที่เหลือคือกึ๋นของนักออกแบบว่าจะปรุงแต่งและรับมืออย่างไร  ผลที่ได้ก็คือ  AK100 ที่เราได้ฟังกันนั่นเอง

จุดเด่น
เป็นเครื่องเสียงที่เล่นไฟล์ Hi-res ได้สูงถึงระดับ 24/192
ใช้งานเป็น Dac + Amp ได้ เมื่อใช้กับแหล่งโปรแกรมที่ปล่อยสัญญาณ optical
ปุ่มกดมีแค่พอเพียง ใช้งานง่าย ปุ่มวอลลุ่มเป็นลูกบิดหมุน ให้ความรู้สึกที่ดีตอนใช้งาน  สามารถสั่งการ เล่น หยุด หรือข้ามเพลงแบบไม่ต้องละสายตามามองเครื่องได้ทำให้ใช้งานตอนขับรถได้ค่อนข้างปลอดภัย
เป็นเครื่องเสียงพกพาที่เสียงดี ให้บุคลิกเสียงมาแนวอิ่ม ฉ่ำหวาน  และใส
เป็นเครื่องเสียงบ้านที่ให้มิติในห้องฟังได้ลึกและกว้าง มีความเป็นสามมิติสูงมาก  แถมยังให้ชิ้นดนตรีที่แม่นยำ  มั่นคง

จุดด้อย
ความไวของหน้าจอสัมผัสยังช้าเกินไปเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนที่ออกมาในช่วงปีเดียวกัน
ไม่อ่านไฟล์ภาษาไทย
ไม่รองรับไฟล์จากค่าย apple ในเฟิร์มแวร์ที่ติดเครื่องมา (1.12)  แต่อาจจะอ่านได้ตอนอัพเกรดเฟิร์มแวร์แล้ว
เมื่อเล่นเพลงผ่านบลูทูธ บางเพลงที่บิทเรตสูงเกินไปทำให้เครื่องแฮงค์ได้
ความจุในเครื่อง 32Gbน้อยไปถ้าเน้นไฟล์เพลงระดับ 24/192

AK100 เหมาะกับใคร
คนที่ต้องการเครื่องเล่นไฟล์ระดับ Hi-res
คนที่ต้องการฟังเพลงระดับ hi-res นอกบ้าน
คนที่ต้องการเครื่องเล่นที่เสียงดีกว่า iPod
คนที่ต้องการเครื่องเล่นที่คุณภาพสูงเป็นหลัก ไฟล์เพลงที่มีอยู่ใน iPod อาจจะต้อง Rip ใหม่อีกรอบก็ไม่เป็นไร
คนที่อยากได้ Dac คุณภาพสูง เหมือนซื้อ Dac แถมตัวเล่นไฟล์ด้วย

AK100 ไม่เหมาะกับใคร
คนที่มี  iBasso DX100 อยู่แล้ว เพราะเป็นเครื่องเล่นระดับเดียวกัน ซื้อซ้ำซ้อนเปลืองเงินเปล่าๆ
คนใจร้อน หน้าจอสัมผัสต้องกดเป็นมา เลื่อนแล้วต้องเปลี่ยนโดยพลัน
คนที่มีชุดซีดีทรานสปอร์ตและ Dac คู่ใจอยู่แล้ว  อย่าลองเด็ดขาด โลกเปลี่ยนไปเร็ว แต่คุณไม่ต้องรับรู้ก็ได้เพราะคุณอยู่กับของเก่าก็มีความสุขดีอยู่แล้ว

สรุป
AK100 เป็นเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาที่มีคุณภาพสูงที่สุดตัวหนึ่งของปี คศ.2012 นี้  สามารถใช้กับหูฟังส่วนใหญ่ได้อย่างไม่มีปัญหา  บุคลิกเสียงเป็นลักษณะ เบสแน่น เสียงอิ่ม มีความหวาน และมีความใสที่โดดเด่นมาก  ให้มิติเวทีเสียงที่กว้างและลึกมาก  นอกจากการพกพาแล้ว ยังสามารถใช้งานในห้องฟังเป็นเครื่องเล่นหลักก็ยังได้  คุณภาพสูงที่สุดของ AK100อยู่ที่การต่อสายอนาลอกออกมาใช้งาน แม้ตัวเครื่องจะมี Digital out แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหา Dac ภายนอกมาต่อทำไม  เพราะภาค Dac ที่มีอยู่ใน AK100 เป็นของคุณภาพสูงระดับ 24/192อยู่แล้ว  ถ้าให้ไฟล์ Mp3 แทนด้วยรถแท๊กซี่  ไฟล์ Wav 16bit 44.1K เป็นรถเก๋งคันละล้านกว่าบาท  ไฟล์ Hi-res เป็นรถสปอร์ต  AK100 คือทางด่วนแจ้งวัฒนะบางปะอิน ที่มีถนนกว้าง และยาวไกลสุดลูกหูลูกตา  ไม่ว่ารถระดับไหนก็วิ่งได้อย่างมีความสุขบนทางด่วนเส้นนี้   AK100 ทำให้เพลงที่มีอยู่ในคลังฮาร์ดดิสก์ถูกเรียกหาออกมาฟังอีกครั้งหนึ่ง บางเพลงก็ไม่ได้เปิดฟังนานแล้ว  การได้ใช้เวลาแม้แค่เพียงอัลบั้มเดียวต่อวันบนเครื่องเล่นดีๆแบบนี้ ถือเป็นความสุขของคนรักเสียงเพลงจริงๆ
โดย: วุฒิชัย เจริญบุรี
SHARE:

Related Review & Article