Review & Article > รีวิว : Sony PHA-1

SONY PHA-1
High Resolution Portable DAC/AMP
“พระกาฬครบเครื่องพกพา”
เข็มแก้ว
..............

  
ตอนที่ได้ข่าวจากทางมั่นคงแกดเจ็ตว่าโซนี่มีเฮดโฟนแอมป์รุ่นใหม่ออกมา แถมเป็นแบบพกพาได้แถมมีออพชันมาแบบจัดเต็มเสียด้วย ผมเองยังนึกว่าหูฝาดไปเพราะไม่คิดว่ายี่ห้อพี่เบิ้มอย่างโซนี่จะสนใจตลาดแอมป์พกพาตัวเล็กๆ อย่างนี้ ลองดูที่มีขายกันอยู่เถอะครับส่วนมากเป็นยี่ห้อชื่อไม่ค่อยคุ้นหูคนทั่วไปบางยี่ห้อแจ้งเกิดมาจากงานดีไอวายก๊อกๆ แก๊กๆ มาก่อนเสียด้วยซ้ำ และก็น่าประหลาดใจที่ไม่ค่อยมียี่ห้อใหญ่ลงมาคลุกวงในลุยทำตลาดสินค้ากลุ่มนี้สักเท่าไร

ดังนั้นการขยับตัวของโซนี่ในคราวนี้บรรดากูรูทั้งหลายต่างให้ความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า เป็นอะไรที่น่าจับตามอง และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้มันเป็น Portable DAC/AMP ดาวรุ่งของโซนี่ที่กำลัง HOT แบบไม่เกรงใจใครอยู่ในชั่วโมงนี้

Sony PHA-1 คุณสมบัติและการออกแบบ


 
Sony PHA-1 เป็น DAC/AMP ตัวเล็กๆ ขนาดประมาณฝ่ามือ ตั้งใจออกแบบให้พกพาได้ง่ายและใช้งานสะดวก มีแบตเตอรี่รีชาร์จแบบ lithium-ion ในตัวเป็นแหล่งพลังงานหลัก DC 3.7V สามารถชาร์จประจุเติมพลังงานไฟฟ้าได้ง่ายๆ ผ่านขั้วต่อ USB ของคอมพิวเตอร์

การชาร์จประจุไฟฟ้าจากสภาพแบตเตอรี่ 0% จนเต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมงในกรณีฟังเสียงจากช่อง AUDIO IN (ใช้เฉพาะภาค AMP) และถ้าฟังเสียงจากช่อง DIGITAL IN ซึ่งใช้พลังงานมากกว่าเพราะต้องใช้งานภาค DAC ด้วย ระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องจะลดลงเหลือประมาณ 5 ชั่วโมงซึ่งก็ยังถือว่าไม่น้อยจนเกินไป



   
ขั้วต่อหูฟังเป็นสเตริโอมินิแจ็ค 3.5mm ใช้งานได้กับหูฟังตั้งแต่ 8-600 โอห์ม ภาคขยายหูฟังออกแบบด้วยออปแอมป์ Dual High Performance, High Fidelity Audio Operational Amplifier เบอร์ LME49860 ของ Texas Instrument ซึ่งทำหน้าที่เป็น voltage gain ปรับเกนขยายได้ 2 ค่า ก่อนจะส่งต่อให้ชิพแอมป์ขยายหูฟังวงจร current feedback ตัวดังอย่าง Texas Instrument TPA6120 ซึ่งมีกำลังขับประมาณ 175 mW + 175 mW (8 โอห์ม, 10 % distortion) และ 26 mW +26 mW (300 โอห์ม, 10 % distortion) ตอบสนองความถี่เสียงได้ในช่วงกว้างมากคือตั้งแต่ 10Hz – 100 kHz (AUDIO IN input) โดยมีความเพี้ยนต่ำกว่า 0.01% (1kHz) ดูจากตัวเลขพวกนี้แล้วคิดว่าคงมีหูฟังในกลุ่ม portable จำนวนไม่มากนะครับที่จะน็อคแอมป์ตัวนี้ลงได้ง่ายๆ


 
การออกแบบภาค Digital to Analogue Converter (DAC) นั้นน่าสนใจครับเพราะลงทุนใช้ชิพ DAC เบอร์ WM8740 ของ Wolfson Microelectronics ซึ่งเล่นไฟล์รายละเอียดสูงจากคอมพิวเตอร์ได้ถึงระดับ 24bit/96kHz ผ่านขั้วต่อดิจิตอลอินพุต Mini-USB แถมยังเป็นการเล่นไฟล์ในโหมด asynchronous ซึ่งในวงการเครื่องเสียงไฮไฟยอมรับกันว่าเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน USB ที่มี jitter ต่ำมาก ซึ่งไอ้เจ้า jitter นี่ยิ่งต่ำเท่าไร เสียงระบบดิจิตอลก็จะมีความเป็นไหล่ลื่นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

นอกจากนั้นแล้ว PHA-1 ยังมีขั้วต่อดิจิตอลอินพุต USB-A อีกช่องหนึ่งที่ออกแบบไว้ให้ต่อกับอุปกรณ์ตระกูล i ทั้งหลายของบริษัทแอปเปิ้ล ไม่ว่าจะเป็น iPod, iPhone หรือ iPad ซึ่งช่องอินพุตนี้สามารถรองรับความละเอียดของไฟล์ดิจิตอลจากอุปกรณ์เหล่านั้นได้ถึง 16bit/48kHz ตามข้อจำกัดในการออกแบบอุปกรณ์ของบริษัทแอปเปิ้ลเอง

การออกแบบวงจรของ PHA-1 ทางโซนี่ยังคุยว่าวิศวกรของพวกเขาเอาใจใส่แม้แต่จุดเล็กๆ น้อยๆ เช่นการแยกภาคดิจิตอลกับอะนาล็อกไม่ให้รบกวนกัน การเลือกใช้อุปกรณ์ที่สามารถหวังผลในคุณภาพเสียงได้ และที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือแผงวงจรพิมพ์หรือ PCB (Printed Circuit Board) ที่ระบุว่าเป็นแบบ 6 เลเยอร์ เพราะต้องการจะออกแบบให้แยกการรบกวนระหว่างวงจรเพื่อให้ได้วงจรขยายที่เงียบปราศจากเสียงรบกวนมากที่สุด และลายวงจรที่เป็นชั้นตัวนำทองแดงบน PCB นั้นมีความหนาในระดับ 35 ไมครอน เพื่อให้การเดินของสัญญาณเสียงวิ่งผ่านไปได้อย่างราบรื่น

แกะกล่อง
สัมผัสแรกหลังแกะกล่องแม้ว่าจะไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นไปกว่า DAC/AMP อื่นๆ ในระดับเดียวกัน แต่ PHA-1 ก็ทำให้ประทับใจได้กับการออกแบบและงานผลิตในระดับเกรดเอ บอดี้เป็นอะลูมิเนียมอะโนไดซ์สีน้ำตาลเข้ม การเก็บงานตามเหลี่ยมมุมหรือขอบสันต่างๆ สามารถเอามือลูบไล้ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีส่วนแหลมคมมาคอยบาดมือ
 


งานประกอบมีความแน่นหนาแข็งแรงถึงแม้จะตัวเล็กแต่ให้ feeling ที่ solid มากๆ ด้านหัวและท้ายเครื่องมีชิ้นส่วน Die-cast zinc guards สีน้ำตาลทองอ่อนๆ ทำหน้าที่เป็น ‘กันชน’ คอยป้องกันตัวปุ่ม volume และขั้วต่อต่างๆ จากการถูกกระทบกระทั่ง และเมื่อพิจารณาในรายละเอียดก็ต้องยอมรับว่าเขาจัดวางตำแหน่งขั้วต่อและปุ่มใช้งานต่างๆ มาได้ค่อนข้างลงตัว ด้านหน้ามีปุ่ม volume ที่เป็นสวิตช์ ON/OFF ในตัว ใกล้ๆ กันมีไฟ LED สีเขียวที่จะติดสว่างขึ้นเมื่อมีการเปิดเครื่อง และไฟ LED สีแดงที่จะติดสว่างขึ้นในระหว่างการชาร์จประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ และจะดับไปเองเมื่อแบตเตอรี่เต็มแล้ว 

ด้านหน้าใกล้ๆ ปุ่ม volume เป็นขั้วต่อมินิแจ็ค 3.5mm สำหรับเสียงอะนาล็อก AUDIO IN และขั้วต่อหูฟังแบบมินิแจ็ค 3.5mm เช่นกัน ด้านข้างของเครื่องมีสวิตช์เลือกเกนขยาย LOW/HIGH ให้เหมาะกับหูฟังที่ใช้งาน ด้านหลังเป็นที่อยู่ของขั้วต่ออินพุตแบบดิจิตอลทั้ง micro USB และ USB-A ใกล้ๆ กันมีสวิตช์อีกตัวสำหรับใช้เลือกว่าจะฟังเสียงจากอินพุตช่องไหนระหว่างอินพุตอะนาล็อก AUDIO IN และอินพุตดิจิตอล micro USB หรือ USB-A

นอกจากตัวเครื่อง PHA-1 อุปกรณ์เสริมที่ให้มาด้วยกันมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกนี้สำคัญมากคือเป็นพวกสายสัญญาณต่างๆ สำหรับใช้ต่อกับอุปกรณ์อื่น ซึ่งมีให้มาด้วยกันทั้งหมด 4 เส้น แบ่งเป็นสายสัญญาณอะนาล็อกสำหรับช่อง AUDIO IN ซะ 2 เส้น และสายสัญญาณดิจิตอลอีก 2 เส้น





สายสัญญาณอะนาล็อกที่ให้มาก็มี stereo mini to mini (3.5mm) สำหรับต่อใช้งานกับอุปกรณ์ทั่วไปที่มีเอาต์พุตเป็นมินิแจ็ค 3.5mm สายอะนาล็อกอีกเส้นเป็น ‘WALKMAN’ to mini 3.5mm สำหรับต่อใช้งานกับเครื่องเล่นตระกูลวอล์คแมนของโซนี่เอง

สายอีก 2 เส้นเอาไว้ให้ใช้งานกับอินพุตดิจิตอลของ PHA-1 ซึ่งโซนี่เขามีมาให้แบบครบๆ ทั้งสาย iDevice 30pin to USB-A สำหรับต่อใช้งานกับอุปกรณ์ตระกูลไอของบริษัทแอปเปิ้ล เรียกว่าขอให้มีชื่อขึ้นด้วยไอเป็นใช้ได้ ทั้งไอพอด ไอโฟน หรือว่าไอแพด ส่วนไอแค่กๆ ให้ไปหาหมอ (ตึ่งโป๊ะ)

สายดิจิตอลที่เหลืออีกเส้นให้มายาวหน่อยเพราะเอาไว้ให้ต่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ เป็นสาย USB-A to micro USB หมายความว่าเอาไว้เสียบเชื่อมต่อสัญญาณจากช่อง USB ของคอมพิวเตอร์ไปเข้าที่อินพุต micro USB ของ PHA-1 ซึ่งในเบื้องต้นนี้ก็ทราบมาว่าสามารถใช้งานได้กับทั้งคอมพิวเตอร์สาย Windows และ Mac ได้อย่างไม่มีปัญหา อ้อ... สายเส้นนี้ยังทำหน้าที่เป็นสายชาร์จแบตโดยอาศัยต้นพลังงานจากคอมพิวเตอร์ในระหว่าง OFF ตัวเครื่อง PHA-1 ด้วยนะครับ

อุปกรณ์เสริมที่มากับ PHA-1 อีกชุดหนึ่งเป็นสายรัดและแผ่นซิลิโคน สำหรับเอาไว้รัดตัวเครื่องเล่นของเรากับตัว PHA-1 เพื่อความสะดวกในการหยิบจับพกพาหรือนำไปใช้งานร่วมกัน รายละเอียดในส่วนนี้โซนี่ทำการบ้านมาดีเลยล่ะครับ อย่างกลไกการล็อคของสายรัดซิลิโคนกับตัวเครื่องออกแบบมาได้แยบยลดีทีเดียวแถมยังใช้งานง่ายด้วยครับ บนตัวเครื่อง PHA-1 ยังมีแถบเส้นยางคอยกันการขูดขีดกับตัวเครื่องเล่นของเราด้วย และถ้าหากแถบเส้นยางนี้ไม่พอดีกับตัวเครื่องเล่นของเราเช่นว่าเราใช้ iPod nano ที่ตัวเล็กมาก ก็ยังสามารถใช้แผ่นซิลิโคนสีขาวที่เขาแถมมารองป้องกันการขูดขีดแทนได้เช่นกัน เห็นไหมครับว่าโซนี่ทำการบ้านมาดีแค่ไหน

ลองฟังกับเครื่องเสียงตระกูลไอ
ก่อนอื่นผมต้องแสดงความเสียใจกับแฟนๆ เครื่องเล่นวอล์คแมนด้วย ที่ DAC/AMP ของโซนี่ตัวนี้ดูเหมือนตั้งใจออกแบบมาเพื่อเครื่องเล่นตระกูลไอของแอปเปิ้ลมากกว่าเครื่องเล่นวอล์คแมนของพวกเขาเอง มองในแง่ดีคือโซนี่ไม่ได้ยึดติดอะไรที่เป็นของตัวเองเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่หันมาทำความเข้าใจกับตลาดโลกในมุมมองที่เปิดกว้างมากขึ้น

PHA-1 จึงรองรับการเชื่อมต่อกับ iDevice หรือเครื่องเสียงตระกูลไอทั้งหลายในรูปแบบของการดึงสัญญาณดิจิตอลออกมาแล้วใช้ภาค DAC ในตัว PHA-1 ทำหน้าที่ในการถอดรหัสสัญญาณเสียง ซึ่งกระบวนการวิธีนี้ทำให้อุปกรณ์ iDevice ทั้งหลายเสียงดีขึ้นมาก ดีขึ้นชนิดเห็นหน้าเห็นหลัง ดีขึ้นแบบขาวกับดำ ดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ




 
ไม่ใช่แค่เพียงมีกำลังขับหูฟังได้ดีขึ้น มี volume เหลือใช้มากขึ้น แต่ PHA-1 ยังช่วยให้เสียงเวทีเสียงเปิดกว้าง บรรยากาศโปร่งโล่งมากขึ้นด้วย ยิ่งถ้า playback จากแอพฯ เล่นเพลงเสียงดีๆ อย่าง FLAC Player, Capriccio หรือ Golden Ear โดยที่ไฟล์เพลงต้นทางก็คุณภาพสูงด้วย เสียงที่ได้จาก PHA-1 ทำให้ได้ยินความมีน้ำมีนวลและความสะอาดของเสียงเพิ่มมากขึ้น ความสากกร้าน ความหยาบจะลดลงไปอีกพอสมควร PHA-1 ยังทำให้ได้ยินเสียงชิ้นดนตรีมีขนาดใหญ่ขึ้น เบสลงได้ลึกและมีเนื้ออิ่มแน่นมากขึ้น และทั้งหมดนี้อาจจะทำให้คุณไม่สามารถหันกลับไปฟังช่องหูฟังเดิมๆ ของ iDevice ทั้งหลายได้อีกเลย

สายสัญญาณ 30pin-USB ที่มากับ PHA-1 เป็นแบบสายต่อ iPod รุ่นเก่าๆ คือเป็นแบบหัวล็อค เวลาจะถอดออกต้องบีบคลายล็อคก่อนถึงจะดึงออกมาได้ อย่าเผลอดึงออกมาเลยเหมือนที่คุ้นเคยกับ iPhone หรือ iPod รุ่นใหม่ๆ ก็แล้วกันครับ เดี๋ยวสายจะเสียหายเอา

เท่าที่ผมได้ลองพบว่านอกจาก iDevice รุ่นใหม่ๆ แล้ว PHA-1 ยัง support ไอพอดรุ่นเก่าอย่าง iPod Video Gen5 ด้วย เข้าใจว่ารุ่นอื่นๆ ที่ออกมาในช่วงใกล้เคียงก็คงไม่มีปัญหาเช่นกัน และถ้า iDevice ของคุณยังเป็นรุ่นขั้วต่อ 30pin การเปลี่ยนสายที่แถมมาเป็นสาย 30pin-USB เกรดดีมียี่ห้อหน่อยก็จะยิ่งทำให้เสียงที่ได้มีความน่าฟังมากยิ่งขึ้นอีก จ่ายเงินเพิ่มแล้วสบายหูว่างั้นแต่อาจจะเดือดร้อนกระเป๋าสตางค์นิดหน่อย... เรียกว่าเจ๊งเท่าไรไม่ว่าเพราะซื้อมาม่าตุนไว้แล้ว ขอให้เสียงมันดีจริงเหอะ! (ถ้าเกิดยังไม่มีไอเดียเรื่องสาย ก็แค่ยกหูโทรไปถามที่ร้านเฮียมั่นนี่แหละครับ)



และที่หลายคนตั้งคำถามคือ PHA-1 จะรองรับขั้วต่อใหม่ของ Apple อย่าง Lightning Port ที่ใส่มาใน iPhone 5, iPad 4 และ iPad mini หรือไม่ ผมได้ลองให้แล้วนะครับ คำตอบคือมันรองรับการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจาก Lightning Port ได้สมบูรณ์ดีทุกประการครับ

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตระกูลไอทุกรูปแบบที่ผมได้ลองพบว่าตัว PHA-1 มันจะไม่ชาร์จประจุไฟให้กับตัว iDevice เลย ทำให้คิดได้ว่าคนออกแบบคงอยากสงวนพลังงานแบตเตอรี่ในตัวไว้ใช้กับ PHA-1 เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้ PHA-1 ได้ประโยชน์จากแบตเตอรี่ในตัวอย่างเต็มที่ทั้งในแง่ของคุณภาพเสียงและการประหยัดพลังงาน

ลองฟังกับคอมพิวเตอร์
ถึงแม้ว่าการต่อฟังเพลงจากคอมพิวเตอร์จะไม่ใช่เรื่องแปลกใจสำหรับ DAC/AMP แบบพกพาทั่วไป แต่สำหรับ PHA-1 ดูเหมือนโซนี่จะไม่ได้ทำมาแบบขอไปที ช่องอินพุต micro USB ของมันรองรับไฟล์ high resolution ได้ถึงระดับ 24bit/96kHz แถมยังเชื่อมต่อทาง USB ในโหมดอะซิงโครนัสซึ่งมักจะพบได้ใน DAC คุณภาพสูงเสียด้วย

ผมได้ลองต่อ PHA-1 กับคอมพิวเตอร์และลองฟังกับโปรแกรม J River 18 ในคอมพิวเตอร์ Windows 7 ตัวคอมพิวเตอร์สามารถมองเห็น PHA-1 ได้ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งคอมพิวเตอร์ทางฝั่ง Mac เองก็เช่นกัน ในโปรแกรม J River 18 ตัว PHA-1 สามารถทำงานได้โหมดเอาต์พุต WASAPI Event Style แถมยังสามารถเล่นไฟล์เพลงที่มี native sample rate 88.2kHz ซึ่งเป็นปัญหากับ DAC บางรุ่นได้อย่างราบรื่นด้วย และการเชื่อมต่ออย่างนี้เป็นวิธีเดียวที่สามารถฟังเสียงของไฟล์ high resolution ที่เป็นเนื้อแท้ได้โดยอาศัย DAC/AMP รุ่นนี้




  
เช่นเดียวกันกับการต่อฟังเพลงจาก iDevice เสียงที่ได้จาก PHA-1 เป็นอะไรที่น่าประทับใจชนิดเกินคาด แทบไม่น่าเชื่อว่า DAC/AMP ขนาดเท่าฝ่ามือตัวนี้จะให้เสียงออกมาน่าฟังและเป็นดนตรีได้ดีขนาดนี้

ในคอมพิวเตอร์ของผมมีไฟล์ high resolution ของนักร้องเสียงดีหลายคนทั้ง Norah Jones, Rebecca Pidgeon, Carol Kidd หรือ Clair Martin ถ้าหลายคนได้ฟังเสียงผ่านหูฟังดีๆ อย่างเช่น Philips Fidelio X1 หรือหูฟังรุ่นใหม่ของโซนี่อย่าง MDR-1R โดยไม่ทราบว่าใช้ DAC หรือ AMP อะไร รับรองว่าคุณไม่นึกถึงแน่ว่าเสียงที่กำลังฟังอยู่มาจาก DAC/AMP ฉบับกระเป๋าตัวนี้แน่นอน เพราะอะไรน่ะหรือครับ ก็เพราะว่ามันไม่มีคาแรคเตอร์ที่เป็นจุดด้อยของ DAC/AMP พกพาตัวอื่นๆ ติดมาเลยไงครับ

PHA -1 มีน้ำเสียงที่สะอาดน่าฟัง โทนน้ำเสียงหลักๆ แปรเปลี่ยนไปตามงานเพลงที่เปิดฟัง เล่นได้ดังและไม่มีอาการเสียงคลิป (เสียงแตกพร่า) การตอบสนองของเสียงมีความเด็ดขาดฉับไว ไร้ความขุ่นมัว ทำให้รายละเอียดเสียงร้องเอย ชิ้นดนตรีน้อยใหญ่เอย ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ยกเว้นไว้ก็เพียงแต่สัญญาณรบกวนทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเสียงฮัมหรือเสียงฮีสที่ไม่ถูกปลดปล่อยออกมาให้รำคาญใจ จึงสามารถใช้งานกับ IEM ทั่วไปที่มีความไวค่อนข้างสูงได้อย่างสบายๆ

ดุลน้ำเสียงที่สว่างสดใสมากเกินไปนิด อย่างที่เคยได้ยินจาก AMP หรือ DAC/AMP อื่นๆ ที่ใช้ชิพแอมป์หูฟัง TPA6120 แทบไม่มีให้ได้ยินใน PHA-1 เลย จุดนี้เป็นอะไรที่มันได้คะแนนจิตพิสัยจากผมไปค่อนข้างมาก เพราะส่วนตัวผมเคยมีความเชื่อว่าแอมป์หูฟังที่ดีต้องเป็นวงจรแบบดีสครีตเท่านั้น ซึ่งกับ DAC/AMP ของโซนี่รุ่นต้องยอมรับว่าเป็นข้อยกเว้นจริงๆ ไม่ทราบว่าวิศวกรของโซนี่สามารถรีดเค้นคุณภาพในระดับนี้ออกมาจากชิพวงจรรวมที่ใครๆ ก็เอามาใช้กันทั่วไปได้อย่างไร

ผมยังได้ถือโอกาสนี้ทดสอบความสามารถในการขับหูฟังรุ่นต่างๆ ของ PHA-1 โดยอาศัยการฟังเปรียบเทียบจากไฟล์ high resolution 96kHz/24bit ชุด Dr. Chesky's Sensational, Fantastic, and Simply Amazing Binaural Sound Show ซึ่งบันทึกมาในระบบ Binaural ฝังไมโครโฟนบันทึกเสียงไวในหุ่นดัมมี่เลียนแบบการรับฟังจริงของหูคนเรา อีกทั้งอัลบั้มชุดนี้ยังมีระดับเสียงที่ไม่ถูกบูสต์ให้ดังมากจนเกินไป เพลงที่ผมมักจะใช้ทดสอบคือ Binocerous และ Mozart Divertemento in D Mov1 ซึ่งเป็นแนวเพลงที่มีความเปรียบต่างของอารมณ์เพลงอย่างชัดเจน ระดับของ volume ที่ระบุต่อจากนี้จะเป็นการอ้างอิงเทียบกับตำแหน่งบนหน้าปัดนาฬิกา โดยเทียบเอาจากระดับต่ำสุดคือตำแหน่งหลังการเปิดสวิตช์ตัวเครื่อง PHA-1 แล้วได้ระดับความดังที่ผมฟังตามปกติ

PHA-1 + Sony MDR-1R ระดับ volume อยู่ที่ประมาณเที่ยง (High Gain)
PHA-1 + Philips Fidelio X1 ระดับ volume อยู่ที่ประมาณบ่ายโมง (High Gain)
PHA-1 + Shure SRH940 ระดับ volume อยู่ที่ประมาณเที่ยงครึ่ง (High Gain)
PHA-1 + AKG 619 Blue ระดับ volume อยู่ที่ประมาณบ่ายโมงแก่ๆ (High Gain)
PHA-1 + Visang R02 ระดับ volume อยู่ที่ประมาณ 11 โมง (High Gain) และประมาณเที่ยง (Low Gain)

พิจารณาจากหูฟังทั้งหมดที่ได้ลองแล้วก็พอจะวางใจได้ว่า PHA-1 น่าจะขับหูฟังที่มีราคาอยู่ในย่านนี้ได้เกือบทุกตัว ที่เหลือให้ไว้ให้พิจารณาก็คงมีแค่เพียงแนวเสียงที่ผสมผสานกันออกมาระหว่างตัว DAC/AMP กับหูฟังแต่ละรุ่นเท่านั้นเอง กับหูฟังทั้งหมดที่ได้ลองจับคู่กันส่วนตัวนอกจากหูฟัง MDR-1R ของโซนี่เองแล้ว ก็มี Philips Fidelio X1 ที่จับคู่กันแล้วเสียงโดนใจมากๆ โดยมี Shure SRH940 เข้าข่ายฟังแล้วโดนใจเหมือนกันตามมาไม่ห่าง

สรุป
แม้ว่าไอเดียการออกแบบของ PHA-1 อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นใครทำมันออกแบบได้อย่างจริงจัง ครบถ้วนและได้เสียงดีจริงอย่างนี้มาก่อน DAC/AMP พกพาของ SONY ตัวนี้จะเป็น ‘ต้นแบบ’ ให้ผู้ผลิตอีกหลายยี่ห้อต้องทำตามออกมาในอนาคต ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ

PHA-1 น่าจะถูกใจคนที่ฟังเพลงจาก iDevice เป็นพิเศษ เพราะมันถูกออกแบบมาเอื้อกันมากแม้ว่านี่จะเป็นเครื่องเสียงของบริษัทที่ทำเครื่องเล่นวอล์คแมนก็ตาม เท่าที่ลองเล่นผมว่าช่องอินพุต AUDIO IN ที่ใช้งานแค่ภาคแอมป์หูฟังของ PHA-1 อาจจะใช้งานได้ดีตามวิสัย แต่มันยังไม่โดดเด่นเท่าอินพุตดิจิตอลทั้ง 2 รูปแบบที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ที่ทำให้ DAC/AMP พกพาตัวนี้โดดเด่นจนทำให้คู่แข่งหรือแม้แต่คนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับสินค้าในหมวดไฮไฟของโซนี่อย่างผมต้องแอบประหลาดใจ

นี่คือ DAC/AMP ที่ในชั่วโมงนี้ผมกล้าฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแตกเลยครับว่าถ้าได้จับหูฟังดีๆ ที่คุณชื่นชอบแล้วล่ะก็เป็นอันว่าจบเลยครับ คุณไม่ต้องไปมองหาอะไรอีกแล้วครับ เจ้า SONY PHA-1 จะเป็นคู่ชีวิตที่อยู่กับคุณไปอีกนาน

ใครอยากเล่นไม่ต้องรีบจัดของหิ้วราคาแพงเกินเหตุ เพราะได้ข่าวมาว่าเร็วๆ นี้ที่มั่นคงแกดเจ็ตจะจัดเครื่องศูนย์+ประกันศูนย์มาให้ในราคาที่ถูกกว่าจนน่าตกใจ นี่คนเขียนเองก็ว่าจะเม้มเงินแม่อีหนูไปสู่ขอน้อง ‘หนึ่งฟ้า’ (PHA-1) จากเฮียมานอนกอดด้วยคนเหมือนกัน

Like : ความโดดเด่นที่โดนใจและประทับใจ
- ลูกเล่นและคุณสมบัติพื้นฐานให้มาครบถ้วนเกินพอ
- ใช้งานกับ iDevice แล้วเสียงดีขึ้นชัดเจนมาก
- ช่องอินพุต micro USB รองรับไฟล์ขึ้นไปถึงระดับ 96kHz/24bit
- งานผลิตและงานประกอบดูดีมีราคา มีอุปกรณ์เสริมที่ใช้งานได้จริงและออกแบบมาได้ดีมาก
- เป็น DAC/AMP พกพาได้ที่มีกำลังขับมากพอจะขับหูฟังได้หลากหลาย

Don’t Like : ยังไม่ค่อยโดนใจนะ
- ให้ตายเหอะ ผมยังนึกไม่ออกจริงๆ นะ

Wanted : อยากให้มี
- รองรับไฟล์ที่มี sample rate ถึงระดับ 192kHz
- เปลี่ยน micro USB เป็น USB-B จะได้มีทางเลือกกับสาย USB ไฮไฟมากขึ้น
- ส่วนแสดงผลแจ้งข้อมูล resolution หรือความถี่ sampling ของไฟล์ที่กำลังเล่น
- ขนาดแม้ว่าจะพกพาได้ แต่ก็ยังถือว่าใหญ่ไปสักนิดเมื่อเทียบกับแอมป์พกพาอีกหลายตัว


โดย: เข็มแก้ว
SHARE:

Related Review & Article