Review & Article > รีวิว : หูฟัง Sony MDR-1R

SONY MDR-1R
Premium Headphones
“พระกาฬเจริญหูเจริญตา”
เข็มแก้ว

..............



ส่วนตัวผมไม่ใช่แฟนของหูฟังโซนี่ ในอดีตเคยลองฟังรุ่นดังอย่างน้องตองแปด (MDR-E888) แล้วพอเห็นฝีมือไม้ลายมือทางด้านหูฟังของโซนี่อยู่บ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เคยได้ตกลงปลงใจกันเสียที กาลเวลาผ่านไปแม้จะเห็นโซนี่ทำหูฟังออกมาอยู่เนืองๆ แต่ก็ไม่มีรุ่นไหนที่สะดุดตาผมสักเท่าไร จนกระทั่งมาเป็นหูฟังรุ่นล่าสุดของเขาที่มีชื่อรุ่นว่า MDR-1R

Design : Elegance and Comfort
ที่จริงแล้วผมเห็นข่าวของหูฟัง SONY MDR-1R ในต่างประเทศมาบ้างแล้ว แต่ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมามีโอกาสได้ทำความรู้จักกับหูฟังรุ่นนี้มากขึ้นผ่านทางรีวิวของมั่นคงแชนเนลบน YouTube http://www.youtube.com/watch?v=wYlGbtzOqeE หลังจากชมวิดีโอรีวิวอันนี้ ผมรู้เลยครับว่านี่ไม่ใช่หูฟังธรรมดาแล้วล่ะ ไม่เคยมีหูฟังของโซนี่ตัวไหนที่ทำให้ผมเกิดอาการกระเหี้ยนกระหือรืออยากฟังเสียงของมันมากเท่านี้มาก่อนเลยจริงๆ



   

SONY MDR-1R เป็นหูฟังฟูลไซส์โอเวอร์เอียร์รุ่นใหม่มาแรงของโซนี่ การออกแบบนี่พูดได้ว่ามองมุมไหนก็สวยงามเตะตาจริงๆ หูฟังรุ่นนี้ทางโซนี่ยังได้เปิดเผยว่าได้ร่วมออกแบบกับทาง Sony Music Entertainment ด้วยล่ะครับ เรียกว่าเป็นรุ่นที่โซนี่ตั้งใจทำออกมาให้โดนใจตลาดเลยจริงๆ ไม่ได้สักแต่ว่าทำออกแบบแบบขอไปที

ตัวหูฟังเป็นดีไซน์แบบปิดหลัง Closed-back ใช้ไดรเวอร์ High Definition ขนาด 40 mm วอยซ์คอล์ยพันด้วยลวดทองแดง OFC มีความต้านทาน 24 โอห์ม มีความไว 105 dB/mW รับกำลังได้สูงสุด 1,500 mW
ชิ้นส่วนสำคัญอย่างตัวไดอะแฟรมทำจากแผ่นฟิล์ม liquid crystal polymer ซึ่งคงมีน้ำหนักเบามากๆ เพราะทางโซนี่เคลมว่ามันให้เสียงแหลมขึ้นไปถึงระดับ 80kHz โอ้โฮ ระดับซูเปอร์โซนิคเลยนะครับนี่ ส่วนด้านความถี่ต่ำเขาบอกว่าลงไปได้ลึกถึง 4Hz ตัวเลขอย่างนี้ถึงจะบอกว่าไม่น่าเชื่อ แต่ถ้าโซนี่กล้าเคลมก็คงต้องบอกว่าไม่ธรรมดาล่ะครับ

  
 

นอกจากเรื่องรายละเอียดของตัวไดรเวอร์ที่มีส่วนโดยตรงกับคุณภาพเสียงแล้ว โซนี่ยังตั้งใจออกแบบให้ MDR-1R เป็นหูฟังที่มีจุดอ่อนน้อยในการใช้งานที่สุด เพราะได้เอาใจใส่กระทั่งเรื่องเล็กน้อยที่ผู้ผลิตเจ้าอื่นอาจจะมองข้าม อย่างเช่น เทคนิค silence joints ที่ออกแบบให้ข้อต่อของตัวโครง headband และ earcup เป็นแหวนซิลิโคนเพื่อให้ชิ้นส่วนกลไกไม่มีเสียงส่วนเกินไปรบกวนการรับฟัง ที่น่าสนใจกว่านั้นคือหูฟังรุ่นนี้ตั้งใจออกแบบให้ผู้ใช้รู้สึกสบายเวลาสวมใส่ด้วยความกระชับแต่มีน้ำหนักที่เบา (น้ำหนักเพียง 240 กรัม) และไม่บีบรัด

 

และที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากเป็นพิเศษสำหรับหูฟัง MDR-1R เวอร์ชันที่ขายในประเทศไทยก็คือ ตัวแพคเกจกล่องใส่ของเขานี่แหละครับ วันที่ผมไปรับตัวมาน้องๆ ที่ร้านมั่นคงหาถุงใส่ให้ไม่ได้เพราะโซนี่เขาออกแบบกล่องใส่มาได้ดูหรูหราอลังการเอาเรื่อง ตัวกล่องมีลักษณะเป็นเหมือนแท่นวางโชว์หูฟังแถมมีขนาดค่อนข้างใหญ่และยังเป็นทรงลูกบาศก์ด้วยต่างหาก สรุปว่าวันนั้นเลยไม่ได้ใส่ถุง เอ้ยไม่มีถุงใส่ จะพากลับบ้านต้องอุ้มอวดสายตาประชาชีไปทั่วห้างอัมรินทร์พลาซ่าเลยล่ะครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

Features : Portable, Unique and Smart


 
“อู้หู อ้าหา แม่เจ้าโว้ย” ใครที่เห็นกล่องใส่หูฟัง MDR-1R ครั้งแรกรับรองว่ามีความรู้สึกประมาณนี้กันทุกคน ตัวกล่องทรงลูกบาศก์เป็นกระดาษแข็ง การเปิดกล่องก็เพียงแค่ยกฝาครอบที่ยึดอยู่ด้วยแรงแม่เหล็กขึ้นมาตรงๆ ก็จะเห็นตัวหูฟังวางอยู่บนแท่นทรงกล่องอย่างเท่เลยครับ คนขายสามารถจัดวางใส่ตู้โชว์ได้เลยทีเดียว

กล่องด้านในเมื่อสไลด์ออกทางด้านข้างจะเห็นแผ่น CD-ROM อยู่ 1 แผ่น ซึ่งเป็นแผ่นที่เบิร์นข้อมูลบางอย่างมา ผมลองเปิดดูแล้วเหมือนแผ่นจะมีปัญหานะครับ เลยไม่ทราบว่าในแผ่นเป็นข้อมูลเพลงตัวอย่างหรือไฟล์คู่มือใช้งาน
   




ตัวกล่องด้านในเมื่อสไลด์ออกมาด้านข้างแล้วยังสามารถเปิดออกได้อีกชั้น ข้างในบรรจุไว้ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่มากับหูฟังประกอบไปด้วยสายหูฟังซึ่งให้มา 2 แบบ แบบหนึ่งเป็นสายหูฟังสเตริโอธรรมดาทั่วไป อีกแบบหนึ่งเป็นสาย inline remote ที่มีไมโครโฟนและปุ่มควบคุมการเล่นเพลงที่เข้ากันได้กับอุปกรณ์ไอโฟนของบริษัท Apple มีถุงผ้าหูรูดสีดำเนื้อดีบุหนังด้านข้างให้มาด้วยอีก 1 ใบสามารถใช้เก็บตัวหูฟังเพื่อการพกพาได้ด้วยครับ รวมถึงเอกสารข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับตัวหูฟัง

สังเกตว่าสายของหูฟังรุ่นนี้เป็นสายที่พื้นผิวด้านนอกมีลักษณะเป็นรูปหยักฟันเลื่อย มีร่องขนาดเล็กเป็นแนวยางตลอดทั้งตัวสาย ตรงนี้โซนี่บอกว่าตั้งใจออกแบบมาอย่างนั้นเพื่อช่วยลดและป้องกันการพันกันรุงรังของสาย … แหม่ คิดเยอะจริงๆ

SONY MDR-1R เป็นหูฟังฟูลไซส์โอเวอร์เอียร์ที่มีขนาดค่อนข้างกะทัดรัด ตัวสายหูฟังเป็นแบบถอดแยกได้ขั้วต่อเป็นมินิแจ็ค 3.5mm รูปทรงของมันใครเห็นก็ต้องบอกว่าดูสวยงามโฉบเฉี่ยวสะดุดตาและดูดีมีเอกลักษณ์แตกต่างจากหูฟังทั่วไปหรือแม้แต่หูฟังส่วนใหญ่ของโซนี่เอง หูฟังรุ่นนี้เท่าที่ทราบมีให้เลือก 2 สีครับ แบบหนึ่งคือที่คุณเห็นอยู่ในรีวิวนี้คือตัวโครงส่วนใหญ่เป็นสีเงินอะลูมิเนียม เอียร์แพดและเฮดแบนด์บุหนังสีน้ำตาลอ่อนดูหรูหราเหมือนนาฬิกาสายหนังหรือเบาะรถยนต์จากอิตาลี อีกแบบหนึ่งเป็นสีดำล้วนคาดสีแดงแซมในบางจุดแลดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวร้อนแรงเหมาะกับขาโจ๋วัยซิ่ง

     

ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนผมว่าก็ดูสวยงาม ใส่ขึ้นรถไฟฟ้าหรือใส่ไปเดินอวดแถวสยามต่อไปสยามพารากอนได้ไม่ขายหน้าใครล่ะครับ

มาดูรายละเอียดที่ตัวหูฟังบ้างครับ ความประทับใจแรกก็คือ โซนี่ใช้วัสดุเกรดดีทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนพลาสติก อะลูมิเนียมหรือโลหะอื่นๆ ตลอดจนวัสดุหนัง เป็นงานผลิตที่เนี๊ยบนิ๊งมาก จับได้ถือได้โดยไม่มีเศษส่วนเกินอะไรโผล่มาให้ระคายมือ การประกอบมีความแน่นหนาแข็งแรง ขยับแล้วไม่มีเสียงกรอบแกรบชวนเสียวไส้

ตัวไดรเวอร์ติดตั้งแบบวางเอียงเข้าหาหูเหมือนหูฟังชั้นดีหลายรุ่น ในเอียร์คัพสามารถมองเห็นตัวไดรเวอร์ได้อย่างชัดเจนเพราะปิดไว้ด้วยผ้าเนื้อโปร่ง บริเวณขอบของตัวเอียร์คัพมีช่องเปิดที่โซนี่บอกว่าเป็น beat response control หรือช่องระบายลมเพื่อจูนให้เสียงของหูฟังมีความอิ่มนุ่มทุ้มลึกและมีความหนักแน่นมากขึ้น ดูตามกราฟที่เขาเทียบกับหูฟังรุ่นอื่นของโซนี่เองก็จะเห็นภาพความแตกต่างชัดเจนเลยครับ

ที่น่าภาคภูมิใจคือหูฟังรุ่นนี้ Made in Thailand ประกอบและผลิตในประเทศไทยเราด้วยครับ ที่ปลายเฮดแบนด์ด้านหนึ่งปั๊มตรา Thailand เอาไว้ชัดเจน จะมีก็แค่ตัวสายหูฟังที่เป็นชิ้นส่วนมาจากประเทศจีนครับ ผมดูวิดีโอที่ต่างประเทศเขาแกะกล่องหูฟังรุ่นนี้ก็บอกไว้เช่นกันว่าผลิตจากประเทศไทย หมายความว่า MDR-1R ทุกตัวที่ส่งขายทั่วโลกล้วนแล้วแต่มีจุดกำเนิดมาจากประเทศไทยเราครับ แฟ้มบุคคลขอแสดงความยินดีและปรบมือให้ดังๆ เลยจ้า (#applause)




Sound : Fine detail with warm and soft touch

ผมมีข้อสังเกตว่าหูฟังของโซนี่รุ่นนี้สายหูฟังเป็นขั้วต่อมินิสเตริโอเคลือบทองแบบ 3.5 mm และไม่ได้ให้ขั้วต่ออะแดปเตอร์ 6.3 mm มาเลย และตัวสายแม้จะใช้ตัวนำไฟฟ้าเกรดดีมากอย่างทองแดง PCOCC แต่ก็มีความยาวเพียง 1.2 เมตรให้เพียงพอใช้งาน เท่ากับว่าเป็นการบอกอยู่นัยๆ ว่ามันถูกออกแบบมาเพื่ออุปกรณ์เครื่องเล่นที่ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่โตเทอะทะ จำพวกเครื่องเล่นแบบพกพาทั่วไปก็น่าจะใช้กับมันได้ดี

อีกทั้งผมสังเกตว่าถ้าหูฟังรุ่นไหนที่ใช้เป็น small talk กับไอโฟนหรือสมาร์ทโฟนอื่นๆ ได้ หูฟังรุ่นนั้นมักจะขับง่าย ไม่โหยหาแอมป์แยกชิ้นและไม่ค่อยมีปัญหากับเครื่องเล่นตัวเล็กๆ ซึ่งกับหูฟังฟูลไซส์อย่าง MDR-1R ผมว่าเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายเลยนะครับ




   
แรกใช้งานหูฟังรุ่นนี้มีความเด่นตรงเนื้อเสียงที่อิ่มหนา การเบิร์นผ่าน 10 ชั่วโมงแรกช่วยให้เสียงมีความโปร่งและสะอาดมากขึ้น เสียงแหลมโปร่งพลิ้วและมีประกายเสียงชัดเจนขึ้น เบื้องต้นเป็นการใช้งานกับอุปกรณ์เดิมๆ อย่าง iPhone และ iPod โดยไม่ต่อ DAC หรือ AMP เพิ่ม เมื่อจับมาเทียบเสียงกับหูฟัง Grado SR60 ซึ่งมีราคาถูกกว่ามากและครองใจนักฟังมายาวนาน รวมทั้ง AKG K619 Blue หูฟังออนเอียร์ที่เสียงดีคุ้มเกินค่าตัว

ในแง่ของการสวมใส่ใช้งาน MDR-1R เหนือกว่าทั้ง SR60 และ K619 Blue อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเก็บเสียงหรือความสบายในการใส่ฟังเป็นเวลานาน เปรียบเทียบด้านเสียงพบว่าฟังเพลงเดียวกันที่ volume เท่ากัน MDR-1R ให้เสียงออกมาดังกว่าใครเพื่อน ซึ่งตรงนี้ทำเอาผมแปลกใจอยู่เหมือนกันว่ามันเป็นหูฟังขนาดใหญ่กว่าแต่กลับแสดงออกมาว่าขับง่ายกว่าซะอย่างนั้น

ด้านน้ำเสียงและรายละเอียดของเสียงเมื่อผมเปิดฟังที่ระดับความดังเหมาะสมกับหูฟังแต่ละตัวพบว่า SR60 นั้นมีสมดุลเสียงที่น่าฟัง แต่มีช่วงแบนด์วิดธ์แคบกว่าเพื่อน เวทีเสียงก็ค่อนข้างแบนกว่าตัวอื่นๆ ด้านกว้างได้ความเป็นหูฟังแบบเปิดมาช่วยให้เสียงไม่อุดอู้ ทางด้าน K619 Blue นั้นดุลเสียงโปร่งใสกว่าเพื่อน แบนด์วิดธ์กว้างกว่า SR60 เป็นยังเป็นรอง MDR-1R ทั้งด้านเสียงทุ้มและเสียงแหลม

MDR-1R ให้ดุลเสียงอิ่มหนาที่สุดในหูฟัง 3 ตัวนี้ เสียงทุ้มมีน้ำหนักอิ่มแน่นและเด่นเป็นพิเศษ เสียงกลางมีรายละเอียดดี ลอยเด่นไม่จมอยู่ในเสียงอื่นๆ เสียงแหลมบ่งบอกได้ถึงรายละเอียดที่ไม่แอบซ่อนอำพราง มีความชัดเจนแจ่มแจ้งและแจกแจงคุณภาพของการบันทึกเสียงได้ดี


 

แม้ว่าจะใช้งานกับอุปกรณ์พกพาได้ไม่มีปัญหา แต่การเพิ่ม AMP, DAC หรือ DAC/AMP เข้าไปก็ทำให้ MDR-1R เสียงดีขึ้นอย่างชัดเจนและผมจะแนะนำให้ทำเช่นนั้นด้วยครับ โดยเฉพาะกับ DAC/AMP รุ่น PHA-1 ของโซนี่เอง การเพิ่ม PHA-1 มาใช้ร่วมกับ MDR-1R ไม่ว่าจะเป็นการใช้เฉพาะภาค AMP หรือทั้ง DAC และ AMP มันทำให้หูฟังตัวนี้คึกคักมีชีวิตชีวามากขึ้น เกรนเสียงมีความเนียนละเอียดมากขึ้น ปลายหางเสียงแหลมไม่มี sibilance ส่วนเกินปะปนออกมา ทำให้มีความน่าฟัง เปิดดังแล้วไม่รู้สึกเครียดง่ายเท่าตอนที่ขับด้วยภาคขยายในตัวไอโฟนหรือไอแพดเอง

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นดุลน้ำเสียงของ MDR-1R ก็ยังคงวางตัวอยู่ในฝั่งนุ่มหนาและมีเสียงทุ้มในช่วงมิดเบสตลอดจนกลางทุ้มที่ค่อนข้างเด่นกว่าช่วงความถี่อื่นๆ อย่างน้อยก็ฟังว่าอิ่มใหญ่และหนากว่า AKG K619 และ Shure SRH840 แต่ไม่มีลักษณะขุ่นทึบสกปรกแต่อย่างใด ถ้าเทียบกับหูฟังระดับบนที่ผมใช้งานอยู่ 2 ตัว ระหว่าง Audeze LCD2 และ HiFiMAN HE-6 ถ้าพูดถึงเฉพาะบุคลิกและดุลเสียงแล้ว MDR-1R จะฟังกระเดียดไปทาง LCD2 มากกว่าครับ

เมื่อได้ใช้งานร่วมกับ DAC หรือ AMP คุณภาพสูงคุณจะฟังออกได้เลยว่าหูฟังตัวนี้มีรายละเอียดเสียงไม่แพ้ใครในคลาสเดียวกัน มันถูกจูนมาให้ฟังค่อนข้างติดหูง่าย มีความโรแมนติกพอสมควรและห่างไกลจากคำว่าแห้งแล้ง เบาบางหรืออะไรก็แล้วแต่ที่หมายความว่าไม่มีเนื้อให้จับต้องได้ เสียงย่านความถี่ต่ำที่ฟังว่าคอยอุ้มชูเสียงอื่นๆ อยู่ก็ไม่ได้กระแทกกระทั้นออกมาซี้ซั้วเหมือนพวกหูฟังสำหรับคนหิวเบส และบ่อยครั้งที่มันทำให้ผมแอบเคลิ้มไปกับเสียงกีตาร์หวานใส ตลอดจนบรรดาเสียงเครื่องเคาะสดใสกรุ๊งกริ๊งได้ด้วยต่างหาก

อย่างเสียงกีตาร์อะคูสติกมันทำให้ผมได้ยินตั้งแต่หัวเสียงจนถึงประกายหางเสียงที่ตามมาครบทุกฮาร์มอนิก ไม่ค่อยมีนะครับที่จะได้ยินอย่างนี้จากหูฟังที่มีดุลเสียงอิ่มหนา แล้วรายละเอียดเสียงกลางเสียงแหลมยังโผล่พ้นหลุดลอยออกมาได้ ไม่กุดไม่จมอยู่ในมวลเสียงที่ห่อหุ้มอยู่ ใครที่ใน iPod, iPhone มีเพลง pop, pop dance ตลาดทั่วไปมากกว่าครึ่ง ผมว่ามีสิทธิตกหลุมรักหูฟังตัวนี้ได้ง่ายๆ เสียงอย่างนี้ผมไม่แปลกใจเลยที่งานนี้โซนี่จะได้ใจทั้งแฟนเก่าและแฟนใหม่อย่างเช่นผมเป็นต้น


For : Boutique High Definition
SONY MDR-1R เป็นหูฟังที่มีตัวตนคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างหูฟังประเภท portable และ full size มีดีไซน์ภายนอกที่ไม่แพ้หูฟังแฟชั่นตัวไหนๆ การออกแบบของโซนี่สอบผ่านตั้งแต่ภายนอกจนถึงภายใน คุณภาพของมันรับรู้ได้ตั้งแต่การสวมใส่ (สบายหัวและอวดสายตาเพื่อนฝูงได้) สามารถใช้งานแบบพกพาได้อย่างเต็มรูปแบบ ตัวหูฟังพับให้แบนเพื่อใส่ถุงผ้าหิ้วติดตัวไปได้ทุกที่ จะต่อฟังกับโทรศัพท์มือถือหรือเพลย์เยอร์เลยก็ย่อมได้ เมื่อต่อ AMP หรือ DAC/AMP ก็ได้รายละเอียดเสียงที่มีความสมบูรณ์มากขึ้นได้อีก

SONY MDR-1R เป็นหูฟังที่ให้เสียงอยู่ในกลุ่มโทนเสียงอบอุ่น มันเด่นกว่าหูฟังโทนอบอุ่นทั่วไปตรงที่ไม่สูญเสียรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เวลาจับคู่กับ DAC หรือ AMP คุณภาพดี โดยเฉพาะน้อง ‘หนึ่งฟ้า’ PHA-1 ของโซนี่เอง อารมณ์ของเสียงที่ได้จากหูฟังตัวนี้เหมือนไปนวดสปาที่คนนวดเก่งในจับจุด จับตรงไหนก็โดน จับตรงไหนก็สบายไปหมด แถมยังนวดได้นิ่มนวลเบามือด้วย (อู้วว อ๊าส์สสส) ไม่ใช่เอามือที่ทั้งสากและหยาบเหมือนมือจับกังมานวด ไม่ได้เอาศอกแหลมๆ มีแต่กระดูกมาคลึงเค้นให้ปวดร้าว

ทราบมาว่า MDR-1R ยังมีรุ่นที่แตกหน่อไปอีก 2 รุ่น คือรุ่นที่มีการเชื่อมต่อเสียงแบบบลูทูธใช้รหัสรุ่นว่า MDR-1RBT และรุ่นที่มีระบบตัดเสียงรบกวน noise canceling ใช้รหัสรุ่นว่า MDR-1RNC ราคาก็แพงขึ้นอีกตามลำดับ ถ้าสนใจลองสอบถามไปที่บริษัทโซนี่หรือที่ร้าน Munkong Gadget ได้เลยจ้า

แต่ถ้าคุณเน้นคุณภาพเสียงมากกว่าออพชั่นที่เพิ่มมาเหล่านั้น ผมว่า MDR-1R ไม่น่าจะทำให้ผิดหวังครับ น้อยครั้งนักที่เราจะได้เจอหูฟังที่มีคุณสมบัติ ‘สวยที่รูป แถมจูบยังหอมด้วยต่างหาก’


Like : ความโดดเด่นที่โดนใจและประทับใจ
- การเอาใจใส่ในรายละเอียดทำให้หูฟังรุ่นนี้ แทบไม่มีจุดอ่อนในแง่ของหลักสรีระศาสตร์เลย สวมใส่ได้กระชับและเบาสบายมากๆ
- เป็น over-ear full size ที่ขับง่ายพอสมควร ไม่กินแรงแอมป์มากมาย
- เสียงมีความอบอุ่นน่าฟัง เบสเด่นแต่ไม่ล้นหรือท่วมบดบังรายละเอียดอื่นๆ ให้เสียงฟังง่าย มีรายละเอียดชัดเจน มีความโปร่งใสไม่อุดอู้ ฟังแล้วไม่รู้สึกว่าขาดแคลนเสียงในย่านความถี่ใดเป็นพิเศษ มิติเสียงดีพอสมควรสำหรับหูฟังระบบปิดหลัง

Don’t Like : ยังไม่ค่อยโดนใจนะ
- แพคเกจเป็นอะไรที่ทำให้พยายามทำให้ first impression แต่ดูฟุ่มเฟือยโดยไม่จำเป็นสำหรับ user ทั่วไป แต่ร้านค้าอาจจะชอบเพราะมันสะดุดตา ส่วนตัวคิดว่าเอางบตรงนี้ไปทำเคสใส่แบบกึ่งแข็งมาให้จะน่าสนใจกว่า

Wanted : อยากให้มี
- ขีดสเกลที่ก้านปรับขนาดของเฮดแบนด์
- เคสใส่ที่ปกป้องตัวหูฟังได้มากกว่าถุงผ้าหูรูด
- เอียร์แพดที่แกะเปลี่ยนอะไหล่ได้ง่ายกว่านี้
โดย: เข็มแก้ว
SHARE:

Related Review & Article