Review & Article > ชำแหละ JRiver Media Center 18

ชำแหละ JRiver Media Center 18
The Most Comprehensive Media Software
“พระกาฬลุ่มน้ำเพลง” ภาคปัจฉิมบท
เข็มแก้ว

..............

เกริ่นนำไปพอสมควรแล้วนะครับสำหรับ JRiver Media Center 18 ภาคปฐมบท โปรแกรมเล่นเพลงตัวนี้จะว่าเล่นยากก็ยากอยู่ จะว่าเล่นง่ายก็ใช่อีกเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความคุ้นเคยกับมันมากแค่ไหน แต่ที่แน่นอนที่สุดผมว่ามันเป็นโปรแกรมเล่นเพลงที่คุ้มสุดๆ ตัวหนึ่ง ควรค่าแก่การลงทุนซื้อหามาใช้งานเป็นอย่างยิ่งล่ะครับ เพราะไม่ใช่แค่เป็นโปรแกรมเล่นเพลงที่เสียงดีเท่านั้นแต่มันยังมีความสามารถเพียบเลยครับ ในภาคปฐมบทก็ว่ากันไปในหลายส่วนแล้ว มาในภาคปัจฉิมบทนี้เราจะมาต่อกันในส่วนที่เหลือ รับรองว่าน่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียวเชียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเล่นไฟล์เพลงแบบ DSD หรือการเล่นเพลงทางระบบเครือข่ายข้อมูลหรือ network streaming รวมถึงการใช้แอพฯ ควบคุมการเล่นเพลงแบบเทพๆ ทั้งสะดวกและเท่กว่าใคร

รู้จักไฟล์ DSD
ผมคิดว่าคุณผู้อ่านคงคุ้นเคยกันดีกับไฟล์เพลงที่บอกว่า 96kHz/24bit หรือ 192kHz/24bit ซึ่งเป็นไฟล์ประเภท High Resolution PCM กันมาบ้างแล้ว แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีการเล่นไฟล์เพลงอีกรูปแบบหนึ่งที่ถูกโปรโมทให้แพร่หลายในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นรูปแบบของไฟล์ digital high resolution ที่ได้รับการคาดหมายกันว่าจะเป็นตัวแทนของไฟล์ดิจิตอลที่มีความเป็นธรรมชาติของเสียงเหมือนอย่างเสียงอะนาล็อกมากที่สุด นั่นคือรูปแบบของไฟล์ที่เรียกว่า DSD หรือ Direct Stream Digital






DSD นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะมันถูกนำเสนอออกมาพร้อมกับแผ่น Super Audio CD (SACD) เมื่อหลายปีก่อนโดยบริษัท SONY และ PHILIPS สองผู้ให้กำเนิดฟอร์แมต CD และ SACD ซึ่งสัญญาณดิจิตอล DSD ที่บันทึกอยู่ในแผ่น SACD นั้นเป็นสัญญาณดิจิตอลแบบบิตสตรีม (1bit) ที่มีความถี่แซมปลิงสูงถึง 2.8224 MHz หรือสูงกว่าความถี่แซมปลิง 44.1kHz ของแผ่นซีดีถึง 64 เท่า

DSD เป็นรูปแบบของการเข้ารหัสแทนสัญญาณอะนาล็อกแบบ PWM (Pulse Width Modulation) หรือบางทีก็เรียกว่า PDM (Pulse Density Modulation) ซึ่งแตกต่างจากสัญญาณแบบ PCM (Pulse Code Modulation) ตรงที่ไม่ได้ใช้สัญญาณ pulse หลายระดับในการแทนค่าความดังหรือ Amplitude ของสัญญาณอะนาล็อก แต่หันไปใช้สัญญาณ pulse ที่มีระดับเดียวกันหมดแต่แทนค่า Amplitude ด้วยความกว้าง (Width) หรือความหนาแน่น (Density) ของรูปคลื่นแทน ลักษณะของสัญญาณ DSD จึงเป็นแบบกระแสบิตข้อมูลหรือที่เรียกว่า ‘บิตสตรีม’ ที่ไหลต่อเนื่องกันไปเป็นแถวยาวๆ โดยอาศัยอัตราการสุ่มตัวอย่างความถี่ข้อมูล (sample rate) ที่ความถี่สูงมากๆ เพื่อให้ได้การแทนค่าที่เหมือนสัญญาณอะนาล็อกมากที่สุด

DSD ในช่วงแรกที่มาพร้อมกับแผ่น SACD นั้นใช้อัตราการสุ่มตัวอย่างความถี่ข้อมูลที่ความถี่ 2.8224 MHz หรือเป็น 64 เท่าของแผ่นซีดีบางครั้งจึงเรียกว่า ‘DSD64’ ซึ่งในปัจจุบันไฟล์ DSD ได้ถูกพัฒนาให้เป็น Double-rate DSD ซึ่งมี sample rate สูงกว่าเดิมเป็น 2 เท่าคือที่ความถี่ 5.6448 MHz หรือบางครั้งก็เรียกอย่างย่อว่า ‘DSD128’ แว่วมาว่า DSD256 หรือ Quad-rate DSD ก็เริ่มมีบ้างแล้วในสำหรับใช้ทำเป็นมาสเตอร์ในสตูดิโอ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟล์ DSD สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ทั่วไปหรือจากบทความ ‘DSD ไฟล์เสพติดรูปแบบใหม่  http://goo.gl/UQpK1

Jriver18 กับการเล่นไฟล์ DSD
แต่ก่อนนั้นการเล่นไฟล์ DSD สำหรับคนทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ นั้นมีวิธีเดียวครับคือ เล่นจากแผ่น SACD โดยตรง เครื่องเล่นก็มีหลากหลายราคาตั้งแต่เครื่องเล่นยูนิเวอร์แซลราคาไม่กี่พันบาทเรื่อยไปจนถึงเครื่องเล่น SACD ระดับไฮเอนด์ตั้งแต่ราคาหลักแสนจนถึงหลักล้าน แต่ไม่ว่าจะเครื่องราคาเท่าไรก็ยังต้องเล่นโดยการเอาแผ่น SACD ใส่เข้าไปในเครื่องอยู่ดี

แต่เมื่อไม่นานมานี้กระแสความนิยมและการพัฒนาของระบบคอมพิวเตอร์ออดิโอเติบโตขึ้นตามลำดับจนถึงจุดที่เราสามารถเล่น DSD จากตัวไฟล์ข้อมูลได้โดยตรงเทียบเท่ากับที่ในสตูดิโอเขาเล่นกันแล้วครับ และโปรแกรม JRiver 18 ก็เป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่รองรับการเล่นในลักษณะดังกล่าวแล้วด้วยครับ ไปดูในรายละเอียดกันดีกว่าว่ามันเล่นได้ยังไง และมีอะไรที่ต้องใช้บ้าง

การรองรับไฟล์ DSD ของ JRiver 18 นั้นก็เริ่มตั้งแต่ที่ระบบ library ของมันสามารถมองเห็นและอ่านไฟล์ต่างๆ ของฟอร์แมต DSD ได้ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ .dff, .dsf หรือแม้แต่ไฟล์อิมเมจอย่าง .iso ที่ริบมาจากแผ่น SACD โดยตรง กรณีหลังนี้ต้องอาศัยความรู้ความสามารถและอุปกรณ์อย่าง PlayStation 3 มาช่วย รายละเอียดหาอ่านได้ทั่วไปตามเวบไซต์อย่างเช่นตามลิงค์นี้ครับ http://www.computeraudiophile.com/f11-software/sacd-ripping-using-your-ps3-part-2-a-7495/

ส่วนการเล่นไฟล์ DSD นั้น JRiver 18 จะแบ่งออกเป็นหลายกรณีดังนี้

1. DSD แปลงเป็น PCM’ นี่จะเป็นค่า default ของโปรแกรม JRiver 18 เหมาะกับ DAC ที่ไม่รองรับไฟล์ DSD โดยตรง เช่น SONY PHA-1 หรือ MERIDIAN EXPLORER โดยตัวโปรแกรมจะทำการแปลงสัญญาณ 1 bit DSD ให้เป็นสัญญาณ 64 bit PCM ที่ค่า sample rate ต่ำลงมา 8 เท่า (352.8kHz สำหรับ DSD64 และ 705.6kHz สำหรับ DSD128)

ซึ่งสัญญาณ PCM ที่ถูกแปลงมานี้จะยังคงรักษาปริมาณข้อมูลเอาไว้อย่างครบถ้วนไม่มีการตัดทอนข้อมูลของสัญญาณ DSD ต้นฉบับทิ้งไปแต่อย่างใด แต่สัญญาณ PCM 64bit / 352.8kHz นี้ก็ยังคงเกินความสามารถของ DAC ในปัจจุบัน จึงต้องอาศัยการทำ downsampling ในตัวโปรแกรมอย่างที่ได้เคยบอกไว้แล้วในตอนปฐมบท โดยให้เข้าไปที่ Tools > Options > Audio > Settings > DSP & output format...> Output Format แล้วเลือกปรับตั้งค่าที่หัวข้อ Sample rate โดยเลือกปรับที่ 'Greater than 192,000 Hz' เป็น 176.4, 88.2 หรือ 44.1 เท่าที่ตัว DAC จะเล่นได้ นอกจากนั้นตัวโปรแกรมจะใช้วงจรกรองความถี่สูงตั้งแต่ 30kHz ที่มากับสัญญาณ DSD ออกไปเนื่องจากเป็นสัญญาณพิงค์น้อยส์ส่วนเกิน

การเล่นไฟล์ DSD ด้วยวิธีนี้ไม่ใช้วิธีที่ให้คุณภาพเสียงดีที่สุด แต่ออกแบบมาเพื่อ DAC ที่ยังไม่สามารถแปลงสัญญาณ DSD ได้ด้วยตัวของมันเองครับ



2. เล่นแบบ native DSD' หมายความว่าเล่นจากไฟล์ DSD โดยตรงโดยให้ตัวโปรแกรมเป็นตัวส่งข้อมูลออกไปที่ตัว DAC โดยไม่ผ่านการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ตัวไฟล์ วิธีนี้นอกจากตัว DAC ต้องรองรับการเล่นสัญญาณ DSD แล้ว ยังต้องอาศัย native ASIO driver ของตัว DAC ที่รองรับ ASIO 2.2 ด้วยครับ

สำหรับการปรับตั้งค่าให้เข้าไปที่ Tools > Options > Audio แล้วเลือก Output mode ไปที่ 'ASIO' ต่อจากนั้นเลือกใน Output mode settings... ให้เป็นไดรเวอร์ของ DAC ที่เราต่อใช้งาน จากนั้นเลื่อนลงไปดูในส่วนของ Settings > Bitstreaming > Custom... เลือกไปที่ 'DSD' แล้ว กด OK ทั้งหมดเพื่อออกจากเมนูปรับตั้งค่า เพียงเท่านี้ก็สามารถเล่นไฟล์แบบ native DSD ได้แล้วครับ

โดยหลักการวิธีนี้น่าจะให้เสียงดีที่สุดเนื่องจากเป็นการเล่นจากตัวข้อมูลของไฟล์ DSD โดยตรงไม่ผ่านการเปลี่ยนแปลงใดๆ โดยตัวโปรแกรมเอง แต่ยังมี DAC จำนวนไม่มากนักที่รองรับการเล่นในลักษณะนี้เช่น DAC ของ Mytek, Auralic หรือ dCS

3. เล่นแบบ DoP' DoP หรือ DSD over PCM นั้นเป็นมาตรฐานการส่งข้อมูลออกจากคอมพิวเตอร์ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อส่งสัญญาณ DSD ออกมาในรูปแบบของสัญญาณ PCM (แพ็คกันมา) วิธีการนี้คล้ายคลึงกับการส่งสัญญาณบิตสตรีมอย่าง AC3 ออกไปกับขั้วต่อ S/PDIF ในรูปแบบของสัญญาณ PCM

สำหรับการปรับตั้งค่าให้เลือก Output mode ไปที่ 'WASAPI - Event Style' (ในเวอร์ชั่นล่าสุดจะมีแต่ ‘WASAPI’ ก็ให้เลือกที่ ‘WASAPI’ ครับ) ต่อจากนั้นเลือกใน Output mode settings... ให้เป็นไดรเวอร์ของ DAC ที่เราต่อใช้งาน จากนั้นเข้าไปในส่วนของ Settings > Bitstreaming > Custom... เลือกไปที่ 'DSD over PCM (DoP)' แล้ว กด OK ทั้งหมดเพื่อออกจากเมนูปรับตั้งค่า เพียงเท่านี้ก็สามารถเล่นไฟล์แบบ DSD Over PCM ได้แล้วครับ การเล่นไฟล์ DSD วิธีนี้จำเป็นต้องเป็นคอมพิวเตอร์ที่ลง Windows 7 ขึ้นไปเนื่องจากต้องอาศัย WASAPI driver สำหรับ DAC ที่รองรับการเล่น DSD ด้วยวิธีการนี้ก็อย่างเช่น DAC ของยี่ห้อ AYRE, CHORD ELECTRONICS และอีกหลายยี่ห้อ

JRiver 18 เล่นไฟล์ DSD กับ Mytek Digtial
อย่างที่ได้เรียนไว้ตังแต่ต้นแล้วว่าโปรแกรมเล่นเพลงอย่าง JRiver 18 นอกจากจะเป็นโปรแกรมเล่นเพลงที่เสียงดีและเล่นได้เนียนไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมากมายของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows OS อีกหนึ่งจุดเด่นของมันในเวลานี้ก็คือ การที่มันสามารถเล่นไฟล์ DSD โดยเฉพาะไฟล์ native DSD ได้นี่แหละครับ



เพื่อจะได้ลองว่ามันเล่นได้จริงๆ ผมจึงขอยืม DAC ยี่ห้อ Mytek Digital ที่ทางร้านมั่นคงเรือธงขายอยู่มาลองใช้งานเพราะได้ข่าวว่ามันเป็นหนึ่งใน DAC ที่ดีที่สุดที่สามารถเล่นไฟล์ DSD ได้ในปัจจุบัน
DAC Mytek Digital รุ่น STEREO192-DSD DAC มี native ASIO มาให้ด้วยอีกทั้งยังสามารถรับไฟล์ DSD ในรูปแบบของไฟล์บิตสตรีมโดยตรง ดังนั้นการใช้งานกับ JRiver 18 เพื่อเล่นไฟล์ DSD จึงเป็นไปในรูปแบบที่ 2 ของหัวข้อก่อนหน้านี้นั่นคือ 'เล่นแบบ native DSD'

สำหรับไฟล์ DSD ในปัจจุบันนี้มีเวบไซต์ที่ขายไฟล์แบบดาวน์โหลดแล้วจำนวนหนึ่ง หรือจะริบเอาจากแผ่น SACD โดยใช้เครื่อง PS3 ก็ได้อย่างที่เรียนไว้ในตอนต้นของบทความ แต่ถ้าใจร้อนอย่างผมจะลองไปดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างที่มีแจกฟรีมาลองฟังดูก่อนก็ย่อมได้ ชอบใจแล้วค่อยเสียเงินซื้อแบบดาวน์โหลดกันไป รายละเอียดหาอ่านได้จาก http://dsd-guide.com/where-can-you-find-dsd-music-downloads



ตัวอย่างที่เอามาลองในบทความนี้ผมลองดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างมาจากหลายแหล่งมีทั้งไฟล์ .dsf และ .dff เท่าที่ลองฟังดูแล้วเสียงดีมากๆ ครับ โดยเฉพาะพวกที่บันทึกเสียงด้วยระบบ DSD มาตั้งแต่ต้น ผมต่อบาลานซ์อะนาล็อกเอาต์จากตัว DAC ออกไปเข้าอินพุตบาลานซ์ของแอมป์ Schiit Mjolnir ขับหูฟัง HiFiMAN HE-6 โอ้โฮฟังแล้วเคลิ้มไปเลยทีเดียว บ่องตงว่าฟังแล้วรู้สึกร้อนกระเป๋าชะมัด สงสัยว่าจะได้เปลี่ยน DAC ใหม่ก็คราวนี้ล่ะ (วะ)



เพิ่มเติม : เนื่องจาก DAC ของ Mytek สามารถเล่นไฟล์ DSD128 ได้ด้วย ผมจึงลองไปดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างที่เป็น DSD128 จากเวบไซต์ http://www.2l.no/ โดยเข้าไปในส่วนของ HiRes Download - test bench ไฟล์ DSD128 นี้เมื่อนำมาลองเล่นกับ JRiver 18 และ Mytek Digital รุ่น STEREO192-DSD DAC ที่หน้าจอของเครื่องจะโชว์สัญลักษณ์เป็น ‘HdSd’ ในขณะที่การเล่นไฟล์ DSD64 ที่หน้าจอของเครื่องจะแสดงเป็นสัญลักษณ์ ‘dSd’ สำหรับที่เมนู Audio Path ของ JRiver 18 จะแสดงผลว่า ‘DSD 5.6MHz’ และ ‘DSD 2.8MHz’ ตามลำดับ

JRiver กับความสามารถด้าน Network Audio
นอกจากการใช้งานเป็นโปรแกรมเล่นเพลงในคอมพิวเตอร์แล้ว ความสามารถด้านที่เกี่ยวกับออดิโอของ JRiver ยังไม่หมดครับ ก่อนอื่นอย่าลืมว่าปูมหลังของบริษัทนี้มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบ Network ด้วย ดังนั้นจึงน่าจะไม่แปลกที่ JRiver Media Center โดยเฉพาะเวอร์ชันหลังๆ ตั้งแต่เวอร์ชัน 17 ขึ้นมาจนถึง 18 ในปัจจุบันถูกออกแบบให้มันเป็นโปรแกรมที่รองรับระบบ Network Audio เต็มรูปแบบ

คำว่าเต็มรูปแบบในที่นี้หมายความว่าเมื่อคุณเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่ลงโปรแกรม JRiver Media Center เข้ากับระบบ Network โปรแกรมสุดแสนฉลาดตัวนี้จะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณกลายเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงชั้นดีสำหรับระบบเสียงแบบ Network Audio สามารถสตรีมเพลงมาฟังผ่านระบบ network ด้วยคุณภาพในระดับดีเยี่ยมได้ทันที ฟังดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง… ตามผมมาได้เลย



ก่อนจะเข้าไปในส่วนของการปรับตั้งค่า ต้องขอพูดถึงคำศัพท์อยู่ 2 คำ นั่นคือ ‘UPnP’ และ ‘DLNA’ ผมจะไม่ลงลึกในเชิงวิชาการมากนักเพราะมันน่าเบื่อและผมก็ไม่ใช่ผู้รู้เรื่องทางเทคนิคโดยตรง เอาเป็นว่าจะขออธิบายอย่างคร่าวๆ เพื่อให้เอาไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันก็แล้วกันครับ



UPnP นั้นมาจากคำว่า Universal Plug and Play แปลความหมายได้ว่าอุปกรณ์ใดก็ตามที่รองรับมาตรฐานนี้เมื่อเอามาต่อเข้าด้วยกันมันจะต้องใช้งานร่วมกันได้ทันที ไม่ต้องมานั่งทำความรู้จักกันให้เสียเวลา ส่วน DLNA นั้นมาจากคำเต็มว่า Digital Living Network Alliance เป็นเหมือนส่วนปลีกย่อยจาก UPnP อีกที เป็นข้อตกลงมาตรฐานกันระหว่างผู้เข้าร่วมหรือพันธมิตร (Alliance) ทางอุตสาหกรรมภาพและเสียง ที่ตกลงกันว่าจะใช้มาตรฐานนี้ในการทำให้อุปกรณ์ต่างยี่ห้อ ต่างรุ่น สามารถใช้งานด้วยกันได้อย่างไม่มีปัญหา

ในระบบ UPnP นั้นจะมีการบัญญัติศัพท์ขึ้นมา 3 คำได้แก่
1. A Device (a server)
2. A Renderer (the client)
3. A Control Point (something like a remote control)

ส่วน DLNA นั้นก็มีคำศัพท์ใช้งานคล้ายๆ กัน สามารถเทียบกันได้โดยตรงแต่จะแยกย่อยออกไปมากกว่าเล็กน้อยคือ
1. DMS - Digital Media Server -- where the media resides
2. DMP - Digital Media Player -- where the media is played
3. DMR - Digital Media Renderer -- where media is played, but with ability to respond to a controller
4. DMC - Digital Media Controller -- software control of the renderer -- functions as a remote

สังเกตว่าหน้าที่ของข้อ 1 ในระบบ UPnP จะเหมือนกับข้อ 1 ของ DLNA คือทำหน้าที่เป็นส่วนเก็บข้อมูลเพลงหรือ storage บางทีก็เรียกกันว่า server

ส่วนข้อ 2 ของ UPnP จะเหมือนกับทั้งข้อ 2 และ 3 ของระบบ DLNA คือเป็นส่วนของลูกข่ายที่ทำหน้าที่เป็นตัวเล่นหรือเป็นวงจรสำหรับการ playback สัญญาณเสียง แต่ของ DLNA จะแยกกันระหว่างส่วน playback ที่สามารถควบคุมได้ (มีระบบ controller ในตัว) ซึ่งเรียกว่า Digital Media Player (DMP) กับส่วน playback ที่ต้องอาศัยการควบคุมภายนอก (ไม่มีระบบ controller ในตัว) ซึ่งจะเรียกว่า Digital Media Renderer (DMR)

อุปกรณ์ใดๆ ที่บอกว่าสนับสนุน UPnP หรือ DLNA อาจจะรองรับหน้าที่ดังกล่าวได้ตั้งแต่ 1 หน้าที่หรือตั้งแต่ 1 โหมดขึ้นไป แต่สำหรับโปรแกรม JRiver 18 แล้วมันสามารถทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำหน้าที่ดังกล่าวได้ทั้งหมดเลยล่ะครับ แหม่…ของเขาแน่มากจริงๆ

การปรับตั้งให้ใช้งานกับระบบ Network Audio
สำหรับการปรับตั้ง JRiver 18 ให้ใช้งานกับระบบ Network Audio ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ เริ่มจากเข้าไปที่ Tools > Options > Media Network จากนั้นคลิ้กเลือกที่ ‘Use Media Network to share this library and enable DLNA’





จากนั้นเลื่อนลงมาคลิ้กเลือกที่ ‘Add or configure DLNA servers…’ ส่วนนี้จะเป็นการตั้งค่าให้คอมพิวเตอร์ของเราทำหน้าที่เป็น music server หรือ Digital Media Server (DMS) สามารถทำได้ตั้งแต่การตั้งชื่อ server (Display name) และการตั้งค่าให้ server แสดงผลการจัดหมวดหมู่เพลงเป็นอย่างไร (Customize views…) แต่ส่วนสำคัญที่สุดอยู่ที่หัวข้อ ‘Audio’ หัวข้อย่อย Mode ซึ่งต้องตั้งค่าเป็น ‘Original’ เพื่อไม่ให้คุณภาพไฟล์ที่ถูกสตรีมออกไปถูกเปลี่ยนแปลงไปจากต้นฉบับและจะมีการลดทอนคุณภาพเสียงลงไป นอกเสียจากว่าในกรณีที่จำเป็นจริงๆ จึงจะเลือกตั้งค่านี้เป็นอย่างอื่น จากนั้นกด OK เพื่อยืนยันการตั้งค่า

ในเมนูหัวข้อถัดลงไปที่เราต้องสนใจคือ ‘Advanced’ ให้เลือกติ้กถูกที่หน้าตัวเลือก DLNA Server…, DLNA Renderer และ DLNA Controller… ทั้งหมดเพื่อให้โปรแกรมรองรับ DLNA ทุกโหมด จากนั้นเลื่อนลงไปที่ ‘Client Options (when connect to a Library Server) ตรงหัวข้อย่อย Audio Conversion ให้เลือกตรง Conversion : ไปที่ Don’t convert audio จากนั้นกด OK เพื่อยืนยันการตั้งค่า



ในโหมดการใช้งานเป็น Server (DMS) อุปกรณ์อื่นจะมองเห็นคอมพิวเตอร์ของคุณตามชื่อที่คุณตั้งเอาไว้ในส่วนของ ‘Display name’ ถ้าคุณไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยตอนตั้งค่าคุณจะมองเห็นมันเป็น ชื่อคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วตามด้วยคำว่า Generic DLNA โหมดนี้เป็นโหมดที่ผมได้ใช้งานจริงบ่อยที่สุด เพราะมันทำให้ผมสามารถเอา external HDD ธรรมดามาต่อกับคอมพิวเตอร์แล้วตั้งค่าให้มันทำตัวเป็น NAS (Network Attached Storage) คุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อ NAS มาเพิ่มให้เปลืองเงิน อันนี้ชอบมากครับ แถมมันยังทำหน้าที่ได้ดีกว่า NAS ในกลุ่ม Low End เสียอีก

ในโหมด Controller (DMC) ในหน้าหลักของ JRiver 18 คุณสามารถจิ้มเลือก Library Server ได้จากเมนู Playing from main library แล้วเลือกเพิ่ม library จาก server ที่เชื่อมต่ออยู่ได้ตามต้องการ แต่การใช้ JRiver 18 เป็น Controller โดยตรงอาจจะไม่สะดวกเท่าการใช้อุปกรณ์ประเภท tablet หรือ smartphone ที่ผมจะนำเสนอต่อจากนี้ไป เอาเป็นว่ารับทราบไว้ว่ามันสามารถทำได้แต่อาจจะไม่สะดวกนักเวลาใช้งานจริงก็แล้วกันครับ ซึ่งในโหมด DMP หรือ Digital Media Player ก็จะได้รับผลไปด้วยเช่นกันเพราะมีส่วนของ Controller เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย




สุดท้ายในโหมด DMR หรือการใช้ JRiver 18 เป็น Renderer นี่เป็นอีกโหมดที่ใช้งานได้ดีและราบรื่นมาก อุปกรณ์ DMC หรือ Controller ภายนอกที่เชื่อมต่ออยู่ในระบบจะมองเห็นคอมพิวเตอร์ของคุณที่ทำงานในโหมด Renderer เป็นชื่อคอมพิวเตอร์ของคุณโดยมีโลโก้ของ JRiver ปรากฏอยู่ข้างๆ ในโหมดนี้ JRiver 18 จะทำหน้าที่รับคำสั่งจาก Controller ให้สตรีมไฟล์มาส่งต่อให้ DAC ที่ต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ของคุณทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงต่อไป คุณภาพเสียงที่ได้จึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของ DAC ที่เอามาต่อใช้งาน

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการที่ JRiver 18 นั้นสนับสนุนทั้ง UPnP และ DLNA ทำให้คุณสามารถประยุกต์ใช้แอพพลิเคชันบน tablet หรือ smartphone ที่ทำหน้าที่เป็น Remote Controller ในระบบ UPnP/DLNA สั่งเล่นเพลงบน JRiver 18 ได้อย่างสบายๆ แอพพลิเคชันที่ว่านี้ก็ยกตัวอย่างเช่น AllShare บนอุปกรณ์ของ SAMSUNG สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบ iOS ก็มีแอพฯ อย่างเช่น media:connect หรือ PlugPlayer ที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีครับ

แต่ถ้าคุณยังรู้สึกว่าทั้งหมดนี้ยังไม่สะดวกและตอบโจทย์ความพึงพอใจได้ดีพอ ขอให้เลื่อนไปดูด้านล่างเลยครับ แอพฯ คอนโทรลที่ออกแบบมาสำหรับ JRiver โดยเฉพาะ


แอพฯ คอนโทรลที่เกิดมาเพื่อ JRiver
จะว่าไปแล้วแอพฯ ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อใช้งานเป็นรีโมตคอนโทรลให้ JRiver โดยเฉพาะโดยพื้นฐานก็อาศัยความสามารถของ UPnP/DLNA นี่แหละครับ แต่เมื่อได้ขึ้นชื่อว่ามันถูกสร้างมาโดยเฉพาะแอพฯ เหล่านี้จึงทำหน้าที่ได้ดี สะดวก และสวยงามกว่าแอพฯ คอนโทรลทั่วไปมาก

แอพฯ ตัวแรกที่จะพูดถึงคือ ‘Gizmo’ สำหรับระบบแอนดรอยด์ ใครที่ใช้มือถือหรือแท็ปเล็ตระบบแอนดรอยด์เชื่อว่าเห็นหน้าตาของแอพฯ ตัวนี้แล้วต้องทึ่งโดยเฉพาะตัวแท็ปเล็ตเพราะมันทำราวกับว่ายกหน้าจอของ JRiver ในคอมพิวเตอร์เอามาไว้บนหน้าของแท็ปเล็ตเลยทีเดียว แถมยังสามารถควบคุมสั่งงานได้แทบจะเหมือนจิ้มเอาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ด้วย แต่เนื่องจากผมไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์ที่เป็นแอนดรอยด์เลย จึงต้องขอยกยอดไม่อธิบายในส่วนของการใช้งานแอพฯ ตัวนี้ไปก่อน แต่ทราบมาว่าคุณหมูหวานแห่งร้าน Melodic Audio น่าจะให้ข้อมูลได้อยู่ครับเพราะเห็นแว้บๆ ว่าใช้งานอยู่





สำหรับมือถือและแท็ปเล็ตทางฝั่ง iOS ต้องบอกว่าถ้าไปค้นหาใน App Store จะพบว่ามีแอพฯ ที่เขียนขึ้นมาเพื่อใช้งานกับ JRiver โดยเฉพาะหลายตัวเลยทีเดียว แต่ตัวที่อยากแนะนำมีชื่อว่า ‘JRemote’ แอพฯ ตัวนี้แม้ว่าจะราคาสูงกว่าเพื่อนคือ $9.99 หรือตกสามร้อยกว่าบาท แต่สวยงามและใช้งานได้ดีกว่าตัวอื่นๆ อีกทั้งซื้อทีเดียวลงใช้งานได้ทั้งในมือถือและแท็ปเล็ต iOS ไม่ต้องแยกซื้อ 2 รอบ ตัวแอพฯ สามารถใช้ควบคุมฟังก์ชันหลักต่างๆ ของโปรแกรม JRiver ได้มากกว่า 90% ขึ้นไป มีอินเตอร์เฟซที่เนียนสวยงามและทำงานได้รวดเร็วทันใจดีมาก โดยเฉพาะ JRemote บน iPad นั้นสามารถแสดง library เป็นภาพปกอัลบั้มแบบ Thumbnail แลดูสวยงามเป็นระเบียบและใช้งานได้สะดวกมาก ใครที่มี iPad อยู่ถ้าลง JRiver ในคอมพิวเตอร์ผมว่าแอพฯ ตัวนี้ขาดไม่ได้เลยล่ะครับ





Note: ในการเชื่อมต่อกันครั้งแรกแอพฯ JRmote จะถามหา Access Key ของโปรแกรม JRiver ซึ่งคุณสามารถเข้าไปดูได้ที่ Tools > Options > Media Network ในหัวข้อ Access Key จะมีรหัสชุดนี้อยู่เอาไปกรอกในหน้าแอพฯ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

อัพเดต
โดยปกติ JRiver เวอร์ชันใหม่ๆ นั้นจะมีการเพิ่มคุณสมบัติขึ้นมามากมาย แถมยังมีอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ อย่างล่าสุดทราบว่ามีการเติมคุณสมบัติที่สนับสนุนการเล่นไฟล์ DSD เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างเช่นการสตรีมไฟล์ DSD ผ่านระบบ Network ถ้าต้องการใช้คุณสมบัตินี้ให้เข้าไปตั้งค่าที่ Tools > Options > Media Network จากนั้นคลิ้กที่ ‘Add or configure DLNA servers…’ แล้วเข้าไปในหัวข้อ Advanced คลิ้กเลือกที่ตัวเลือก Bitstream DSD (requires DoPE compliant renderer)



คำอธิบายในวงเล็บนั้นหมายความว่าการสตรีมไฟล์บิตสตรีม DSD ผ่านทางระบบ network นี้ตัวเครื่องเล่นประเภทดิจิตอลสตรีมเมอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็น renderer จำเป็นต้องรองรับมาตรฐานการส่งข้อมูลแบบ DoPE หรือ DSD over PCM Ethernet และสามารถรองรับการสัญญาณ DSD ได้ด้วยนะครับ

อีกคุณสมบัติหนึ่งที่เพิ่มมาใน JRiver 18 เวอร์ชันใหม่ๆ คือ Format Converter ที่สามารถแปลงไฟล์เพลงข้ามสกุลไปมาระหว่างไฟล์ PCM แบบ lossless, lossy หรือไฟล์ PCM uncompress ยอดนิยมทั้งหลาย รวมถึงการแปลงไฟล์ PCM ให้เป็นไฟล์ DSD ได้ทั้ง DSD64 และ DSD128 ด้วยล่ะครับ อย่างหลังนี่ต้องบอกว่าน่าสนใจเลยทีเดียว





ใครที่มี JRiver 18 ใช้งานอยู่แล้ว ลองอัพเดตให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วเข้าไปใช้งานฟังก์ชันนี้ได้โดยการเลือกไฟล์ที่เราต้องการแปลงในหน้า library ของ JRiver เองจากนั้นเข้าไปที่ Tools > Library Tools > Convert Format… ที่มุมซ้ายล่างจะมีตัวเลือกให้ตั้งค่าต่างๆ ถ้าต้องการแปลงไฟล์เป็น DSD ก็เลือกที่ DSD แล้วคลิ้กปุ่มด้านขวามือเป็นการตั้งค่า Encoder settings เพื่อเลือกฟอร์แมตของไฟล์ DSD ว่าจะเป็น DSD หรือ Double DSD จากนั้นก็เลือกในเมนูย่อย Options จากนั้นก็กดที่ปุ่ม Convert ได้เลยครับ

……………………………………..

เอาเป็นว่าได้พูดถึงการเล่น JRiver Media Center 18 กันพอสมควรแล้ว ผู้เขียนคิดว่าเนื้อหาค่อนข้างครอบคลุมการใช้งานส่วนของออดิโอพอสมควร ในอนาคตถ้าหากเขามีอะไรอัพเดตใหม่อาจจะมีโอกาสได้เขียนเพิ่มเติมอีก สำหรับท่านที่สนใจโปรแกรมตัวนี้ ถ้าหากต้องการความสะดวกในการใช้งาน การปรึกษาปัญหาต่างๆ ผู้เขียนแนะนำให้ซื้อผ่านทางตัวแทนจำหน่ายในประเทศจะดีกว่าครับ อย่างน้อยถ้าหากมีปัญหาใดๆ ก็น่าจะคุยกันง่ายกว่าฟุดฟิดฟอไฟกับทางเมืองนอกเป็นแน่ หรือถ้ามีข่าวคราวใหม่ๆ ทางตัวแทนจำหน่ายก็สามารถอัพเดตให้เราทราบได้โดยตรง สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับเสียงดนตรีจาก JRiver – พระกาฬลุ่มน้ำเพลง ที่ทำหน้าที่ได้เจ๋งเป้งสมชื่อ ส่วนกระผมขอตัวไปฟังเพลงก่อนล่ะคร้าบบบบ



โดย: เข็มแก้ว
SHARE:

Related Review & Article